ชีวิตบนโลกโซเชียล

ชีวิตบนโลกโซเชียล กับสิ่งที่ตามมาแล้วมันค่อยๆ กลายเป็นนิสัย มันจะมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย แล้วแต่ว่า เราจะสร้างสิ่งที่เราทำประจำ เพื่อให้มันเกิดเป็นนิสัย ให้ไปในทิศทางใด

เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ไม่รู้จะทำอะไรดี จะเขียนบทความดีไหม ในใจคิดว่าอย่าเขียนดีกว่า แต่อีกใจหนึ่งคิดว่าเขียนดีกว่าเพื่อลับสมอง ในจังหวะที่เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาหน้าจอบทความเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม i2 ค้างอยู่พอดี  มันเกิดความรู้สึกรักพี่เสียดายน้องขึ้นมาทันที อย่างฉับพลัน เพื่อไม่ให้มันเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีว่า ขาดวินัย ทางจิตสำนึกเคยสร้างกฏเกณฑ์ไว้ว่า ต้องเขียนบทความทุกวัน

ขออธิบายเพิ่มเติมนิด เหตุผลที่เปิดหน้าจอแล้ว งานที่เคยทำมายังค้างอยู่เนื่องจากไม่ได้ปิดคอมพิวเตอร์ แต่ตั้งค่าให้นอนหลับไว้ มันน่าจะเป็นเพราะเราทำประจำจนเป็นนิสัยเช่นกัน คือไม่ปิดคอมพิวเตอร์(โน้ตบุค) ทำงานเสร็จปิดหน้าจอ หลังจากนั้นตั้งค่าให้มันว่า หากปิดหน้าจอให้มันเข้าโหมด Sleep เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ งานต่างๆๆ ที่ค้างไว้สามารถทำตัวได้ทันที

ประเด็นนี้ เกี่ยวกับการปิดหรือไม่ปิดคอมพิวเตอร์ มีการถกเถียงกันยาวนาน บางฝ่ายบอกว่า เปลืองแบตเตอรี ทำให้แบตเตอรีเสื่อมเร็ว พร้อมกันอ้างเหตุผลต่างๆๆ อีกฝ่ายเช่นกัน บอกว่าไม่เคยปิด แค่ให้มันนอนหลับ หรือไม่บางคนบอกให้มันจำศิล ไปเลย พร้อมกับให้เหตุผลต่างๆๆ นานา เช่นกันเพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของตนเองว่าถูก

สรุป มันถูกหมดไม่มีใครผิด แล้วแต่ว่าความต้องการของเราคืออะไร หรือเราต้องการอะไรในการทำงาน รวมถึงพฤติกรรมในการทำงาน ว่าทำงานแบบต่อเนื่องหรือไม่ เพราะบางคนทำงานไม่เหมือนกัน อย่างคนทำงานต่อเนื่องสามารถทำงานต่อได้ทันที ไม่ต้องเที่ยวไล่เปิดโปรแกรม หรือต้องมาตั้งหลักสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนเดิน ก่อนปิดเครื่องในครั้งก่อน บางครั้งมันเสียเวลาและความต่อเนื่องไม่มี แต่เช่น หากเราแค่พิมพ์งานไ่ม่ต่อเนื่อง เปิดโปรแกรมแค่โปรแกรมเดียว หรือแค่เข้าเว็บไซต์ ท่องอินเตอร์เน็ต ไม่ได้ทำงานที่ต้องใช้เวลาต่อเนื่องติดพัน เราปิดเสียเลยมันก็ดีเหมือนกัน

ดังนั้นประเด็นดังกล่าวอย่างที่บอก มันแล้วแต่ทำงานแบบไหนอย่างไร

มาเข้าเรื่องกันต่อ วันนี้ มาแปลก เปิด doc.goog.com ขึ้นมาแทน แล้วเริ่มเขียนไปเรื่อย เหตุผลที่ไม่เขียนในเว็บเลย น่าว่าจะค้างไว้อีกแล้ว ดูเวลาแล้วน่าจะไม่ทันในการเขียน

การเขียนจริง หากตั้งใจเขียน คิดว่าเขียนทันแน่นอน เมื่อดูเวลาแล้วยังเหลืออีกประมาณ 2 ชม.ก่อนถึงเวลานอน แต่มันแอบกังวล หรือว่า กังวลจริงๆๆ ว่าสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นหากเขียนเอาจริงผ่านหน้าเว็บเลย นั้นคือ ด้วยความรีบ ผลงานที่ออกมาบางทีพิมพ์ผิดบ้าง ไม่ได้ตรวจทาน รวมทั้งมีบางหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้วแก้ไขไม่ทัน

นั้นเป็นเพราะเราทำด้วยความรีบร้อน ตอนนี้กำลังมีความคิดขึ้นมาใหม่ว่า น่าจะกำหนดกฏเกณฑ์ใหม่ ในการเขียนงานทุกชนิด ไม่ต้องเอาปริมาณ แต่เอาคุณภาพแทน น่าจะดีกว่าไม่ นั้นคือคำถามที่ถามตัวเองทุกวัน  แต่ยังหาคำตอบไม่ได้  

เหตุผล น่าจะเกิดจากคำว่าเวลา แน่นอนต้องอ้างว่าไม่มีเวลา ซึ่งเป็นคำพูดที่นิยมใช้กันมากเวลาต้องการจะอ้างเพื่อให้ตัวเองดูดี ไม่น่าเกลียดหรือไม่ต้องการให้เพื่อนมองว่าขี้เกียจ ส่วนมากแล้ว เวลามันมีมากพอ แต่ที่ไม่ค่อยได้เขียนหรือพิมพ์ มันเกิดจาก ความกลัวมากกว่า กลัวเขียนออกมาไม่ดี กลัวไม่มีคนอ่าน ทั้งที่ในความจริงคิดว่า คงจะไม่มีใครอ่าน

เขียนมาถึงตอนนี้แล้วนึกขำตัวอย่าง  ทำตัวอย่างกับเป็นนักเขียนมืออาชีพ ที่ต้องผลิตผลงานมาอย่างดี ไม่ให้คนอ่านผิด หรือผู้ติดตามผิดหวัง แต่ในส่วนของตัวเอง อย่างที่บอกเขียนเพราะอยากเขียน ไม่รู้ใครเข้ามาอ่านบ้างหรือไม่ 

แต่เท่าที่ตรวจดูผ่าน ระบบตรวจสอบของ Google พบว่า แทบหรือไม่มีใครคลิกเข้ามาอ่านเลย แต่ยังเขียน (น่าจะเรียกว่าพิมพ์ดีกว่า ) ไปเรื่อย ทุกวัน

แต่อย่างที่บอก วันนี้มาแปลก เขียนใน Docs.google ก่อน  คิดวางแผนไว้ในใจแล้ว เพื่อเป็นทางเลือกนั้นคือ หากเขียนได้มาก บางทีจะคัดลอกไปลงหน้าเว็บเลย แต่หากไม่สวยงาม ภาษาไม่สละสลวย คงไม่เอาไปลงในเว็บ คิดว่าน่าจะตรวจทานก่อน

ปัญหาใหญ่ในการเขียนส่วนมากตอนนี้คือ ภาษา คำบางคำ ที่มีความรู้สึกว่าเราได้ละทิ้งไปมาก ตั้งแต่มีระบบโซเชียลต่างๆ เข้ามามาก  เมื่อก่อนหากพิมพ์ผิด รู้ทันทีว่าพิมพ์ผิด แต่ตอนนี้ แม้รู้ว่าพิมพ์ผิดบางครั้งละเลยไป   ไม่ใด้เจตนาให้พิมพ์ผิด แต่อย่างที่บอกตอนนี้ การใช้ภาษาไทย มันเริ่มผิดเพี้ยนมาก น่าจะเป็นเพราะเล่นโซเชียลเกินไป

ลองสังเกตุดูคนที่เล่นโซเชียล เขาจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับภาษาเท่าไร แค่อ่านแล้วเดาความหมายที่คนอื่นเขียนเป็นว่าใช้ได้แล้ว ไม่ติดใจ หรือว่าเขาเขียนผิด ไม่นาน เราเองลืมตามไปด้วย คิดว่า น่าจะต้องกลับไปทบทวนการเขียนภาษาไทยบางคำเสียใหม่  แม้แต่ที่พิมพ์ที่ผ่านมา คำว่า “สละสลวย” ยังไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่

พิมพ์ไปได้สักพัก ลองเลื่อนไปดูข้างบนว่าได้มากแล้วหรือยัง กลัวจะน้อยเกินไป ปรากฏว่า ยังน้อยเกินไป น่าจะต้องพิมพ์เพิ่มเติมใจจริง ไม่ค่อยอยากพิมพ์มากเท่าไหร่ เดี่ยวนี้ คนอ่านหนังสือยาวๆๆ แล้วมักจะมีปัญหาไม่ค่อยอ่านให้หมด

ยิ่งในแต่ละย่อหน้าที่มีความยาวเป็นพืด มักจะอ่านไม่หมด ที่รู้ค่อนข้างแน่ชัดว่าอ่านยาวแล้วจะเบื่อ มันไม่ใช่เฉพาะคนอื่น แม้แต่ตัวเอง ยังมีความรู้สึกเช่นนั้นด้วยเมื่ออ่านข้อความที่ยาวๆๆ มากเกิดไป ทั้งที่เมื่อก่อนอ่านได้

มันเกิดจากอะไร พยายามคิดและทบทวนตัวเอง วิเคราะห์ตัวเอง มาพบว่า น่าจะเป็นเพราะในแต่ละวันข้อมูลข่าวสารให้เราอ่านเข้ามามากมาย เอาให้เห็นชัดๆๆ มากที่สุด ยกตัวอย่างการดูใน youtube

การดูใน youtube มีปัญหาคล้ายๆๆ กับการอ่านเช่นกัน  บางคลิปดูได้นิดเดียว เลื่อนไปดูคลิปอื่น

คิดว่า เพราะความอยากดู หรือน่าจะเป็นเพราะข่าวสารต่างๆๆ เข้ามามาก บางคลิปในขณะที่กำลังดู แล้วไปเจออีกคลิป ที่น่าสนใจ แล้วเจออีกคลิปที่น่าสนใจกว่า มักจะปิดแล้วเปิดคลิปใหม่แทน แต่ส่วนมากไม่ปิด คลิกเปิดคลิปใหม่แทน

เช่นกันกับการอ่าน บางครั้งอ่านเนื้อหาในเว็บหนึ่ง อ่านได้สักพัก จะเริ่มอยากรู้ในเว็บอื่นอีกว่าเป็นอย่างไร สุดท้ายรีบเลื่อน เพื่อให้จบๆๆ แล้วไปเปิดเว็บไซต์ใหม่่

อย่างที่บอก อะไรก็ตามหากเราทำบ่อยๆ ทำซ้ำๆๆ ไม่นานสิ่งนั้นจะกลายเป็นนิสัยของตัวเรา เช่นกัน เมื่อเราทำเช่นนั้นบ่อย มันจะเป็นนิสัยที่ว่า อ่านเว็บไซต์แล้วรีบอ่าน เพื่อจะเปิดเว็บไซต์อื่นที่เนื้อหาคล้ายกัน  หรืออ่านแล้ว อ่านผ่านๆๆ ไม่ปราณีต บรรจงให้มันบรรจุลงไปในสมอง ส่วนมากอ่านแล้วเหมือนกับว่ามันแตะหน้าผากแล้วสไลด์ออกจากหัวทันที ไม่นานมันจำไม่ได้แล้วว่าอ่านอะไรบ้าง 

นั้นเพราะข่าวสารมันประเดประดัง เข้ามาจำนวนมาก 

บางทีเขาเรียกว่าสมาธิเราจะสัั้นมากขึ้น ทำอะไรนิดหน่อยแล้วก็วางไปทำอย่างอื่นต่อ

กำลังคิดว่าจะแก้ไขตัวเองอย่างไร น่าจะต้องซื้อหนังสือมาอ่านเพื่อปรับปรุงตัวเอง ตัดขาดจากข้อมูลข่าวสารที่มามากให้ไป ให้เหลือแต่พอดี แล้วบรรจงอ่านให้มันเข้าหัวสมองอย่างฝังลึก น่าจะได้ความรู้มากกว่า

ที่ผ่านมารู้สึกว่า มันได้ความรู้แต่เป็นความรู้ที่ฉาบฉวย คือรู้ทุกอย่าง แต่รู้ไม่จริง ไม่ลงลึกถึงรายละเอียด แค่เอาไปคุยกับเพื่อนได้ แต่หากถามรายละเอียดไม่สามารถอธิบายหรือตอบได้

เอาเป็นว่า น่าจะทดลองปรับตัวเองดู

สรุปสุดท้ายดูเวลา 08.13  ของวันที่ 20/8/2023  น่าจะคัดลอกไปลงเว็บไซต์ได้ แต่ จะเอาหัวเรื่องว่าอะไรดี มันสะเปะสะปะ มากที่เขียน

ระหว่างคัดลอกและกำหนดค่าต่างๆๆในหน้าเว็บค่อยคิดชื่อเรื่อง อีกที  เอาเป็นว่า จบบทความก่อน ค่อยว่ากันอีกที ทอเช้า

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment