สมุดบันทึกและปากกา

สมุดบันทึกและปากกา

สมุดบันทึกที่ว่างเปล่า

นั่งดูสมุดบันทึก ที่วางบนชั้นบางหนังสือ และตามจุดต่างๆๆ ภายในบ้านแล้วมันรู้สึกแปลกใจกับตัวเองมากๆๆ  ไม่รู้ทำไม  ชอบสะสมสมุดบันทึก  บางทีก็ซื้อ บางทีขอใครได้ ก็ขอ (แต่ส่วนมากขอมากกว่า)  

เมื่อได้มาแล้ว  ก็เอามาเก็บรักษาไว้อย่างดี บางเล่มก็แทบไม่เคยได้เขียนอะไรเลย  บางเล่มก็เขียนบ้างไม่มาก บางเล่มก็เขียนจนหมดเล่ม 

แต่เท่าที่สำรวจดูในตอนนี้ ส่วนมากสมุดบันทึกพวกนั้น   มันยังคงเป็นสมุดบันทึกที่ว่างเปล่าไม่ได้เขียนอะไรลงไปเลย เป็นส่วนมาก  บางทีก็มักจะคิดเข้าข้างตัวเองว่า น่าจะเขียนไม่ทัน เพราะมีมากหลายเล่ม 

 แต่จริงๆๆ แล้วน่าจะเกิดจากความเสียดายมากกว่า ไม่อยากเขียนลงบนกระดาษที่ว่างเปล่านั้น  

มันมักจะมีความรู้สึกว่า   พอจะเขียนหรือทำอะไรในสมุดบันทึก   ลายเส้นที่ปากกาลากลงบนกระดาษแล้วออกมาเป็นตัวอักษร หรือเป็นอะไรก็ตาม   

เมื่อดูแล้ว หากสิ่งนั้น ไม่มีคุณค่าเพียงพอหรือมีความหมายเพียงพอ  ก็จะเสียดายสมุดบันทึกนั้น เหมือนกับว่ามันโดนทำลายไป ด้วยลวดลายน้ำหมึกที่ใหลออกมาจากปากกา นั้น

ปากกา

ปากกา  ไม่รู้ทำไมชอบปากกามาก  ซื้อมาแล้วก็ไม่ได้เขียนหรือใช้งานเลย ส่วนมากมาเก็บไว้ ใจจริงอยากจะเขียนให้มาก แต่  เพราะลายมือไม่สวย สงสารคนที่เขาอ่าน กว่าจะอ่านได้บางทีต้องกลับมาถามหลายรอบ จึงจะเข้าใจ 

รวมทั้งตัวเองด้วย เขียนทิ้งไว้ แล้วกลับมาอ่านใหม่ บางทีแทบจะต้องเขียนใหม่หมด 

เลยใช้วิธีพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์เสียส่วนมาก 

แต่ การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ มันค่อนข้างจะยุ่งยากนิดหนึ่ง ไม่รวดเร็วเหมือนการเขียน แต่มันจะสวนกว่า อ่านง่ายกว่า ยิ่งเชื่อมด้วยระบบอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา พิมพ์งานผ่าน Google Doc มันค่อนข้างจะเป็นทางเลือกที่ดี

อย่างแรก ไม่ต้องคอยบันทึกเป็นระยะ ระบบจะบันทึกไว้ให้ตลอด อย่างที่สอง พิมพ์ผ่านด้วยอุปกรณ์อะไรก็ได้ หรือจะใช้คอมพิวเตอร์ตัวไหนก็ได้ ไม่ต้องยึดติดว่าจะอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเครื่องใด 

บางคนอาจจะว่า ก็พิมพ์ในเวิร์ดทั่วไป แล้วเก็บไว้ใน cloud ก็ได้ ใช่ครับได้ แต่ความสะดวกมันผิดกัน

อย่างที่บอก อย่างแรกสุดคือ หากเชื่อมระบบอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องกังวลเรื่องบันทึก ระบบจะบันทึกให้อย่างเป็นระยะ และไม่ต้องลงโปรแกรมให้ยุ่งยาก

การพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์มันมีขั้นตอนช้ากว่า การเขียนด้วยมือ ยกตัวเอง ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ก่อน ถ้าคอมพิวเตอร์ช้า ก็ต้องรอนิด  เมื่อคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้แล้ว  ถัดมาเปิดโปรแกรมสำหรับพิมพ์  แล้วลงมือพิมพ์  พิมพ์ไปพิมพ์มา  ลืมบันทึก ก็หายอีก 

คอมพิวเตอร์บางเครื่อง ที่บางคนใช้ บางที พอเปิดโปรแกรมสำหรับพิมพ์  ก็มีคำบอกกล่าวทุกครั้งที่เปิดโปรแกรมนั้นขึ้นมา  เพื่อบอกเจ้าของว่า คุณใช้โปรแกรมที่ยังไม่ได้เสียเงินให้กับเราที รบกวนเสียเงินด้วยก่อน

ก็ต้องแก้ด้วยการเสียเงิน  แต่ส่วนมากก็ใช้วิธีการแกล้งบอกว่าจ่ายเงินแล้ว โดยจะมีทีมที่เขาจัดการมาให้ แต่เขาก็ให้ของแถมมาด้วย สามารถหาดาวโหลดได้ในอินเตอร์เน็ตทั่วไป โดยพิมพ์คำว่า  คีย์ microsoft office

พวกนี้จะใจดีมากๆๆ พอเปิดคอมพิวเตอร์ปั้บ  พวกนี้ จะส่งของแถมเข้ายึดคอมพิวเตอร์เราทันที ยิ่งเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยแล้ว พวกนี้จะเกรงใจเรา ไม่กล้าบอกเราตรง ๆๆ  ว่าจะส่งข้อมูลให้  เลยใช้วิธีการ แอบส่งเครื่องมือสำหรับเก็บข้อมูล ให้คอมพิวเตอร์ของเราเป็นระยะ   คิดว่า น่าจะช่วยเหลือเราในการเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของเรา  ไปช่วยเก็บไว้ ในคอมพิวเตอร์ของทีมเขา

นั้นคือการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ เมื่อเปรียบเทียบกับงานบางงานที่เราต้องการจะบันทึก หรือเอาข้อมูลในสมองของเราออกมาเป็นเอกสาร 

แต่ใจจริง ชอบเขียนด้วยกระดาษและปากกา มากกว่า เพราะไม่มีพิธีรีตองมาก 

แค่หากระดาษให้อะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้มือมาวางในที่เรียบสักหน่อย   แล้วลงมือเขียนได้ทันที  จะนั่งพับเพียบ นั่งยองๆๆ นอนเขียน ท่าไหนได้หมด 

แต่อย่างที่บอก   เวลาเขียนด้วยปากกา มันชอบสร้างปัญหา ตรงที่มือเขียนตามไม่ทันกับที่เราคิด  ลายมือก็เลยออกมาไม่สวย อ่านแทบไม่ได้   นั้นคือปัญหาใหญ่ของการเขียนด้วยมือตัวเอง

ชอบเขียนด้วยดินสอ มากกว่าปากกา เพราะลบได้ แก้ไขได้ ดินสอทิ้งไว้เป็นปี ไม่เขียนก็ยังเขียนได้ หากเป็นปากกาทิ้งไว้นานๆๆ จะเขียนไมได้

แต่ดินสอ มันมีปัญหากับลายมือหนักยิ่งกว่าปากกาอีก   ดินสอความลื่นมันไม่มี  เมื่อมันลื่นไม่พอ ก็ไม่ต้องคิดถึงลายมือว่าจะออกมาในแบบไหน 

สุดท้ายก็ต้องกลับมาเขียนด้วยปากกา ตอนนี้ กำลังหาปากกา ที่เขียนแล้ว ลายมือสวย แต่ หามานานมากแล้ว ยังไม่พบเลย แต่คิดว่า จะหาต่อไป เผื่อเจอปากกาแล้วเขียนออกมาลายมือสวย   แต่คิดว่าไม่น่าจะพบแน่นอน

ที่กล่าวมาแล้ว คือปากกา

มาดูสมุดบันทึก ต่อ

พยายามศึกษาตัวเองว่า ทำไมชอบสมุดบันทึก ที่ข้างในเป็นแค่หน้ากระดาษว่างเปล่าไม่มีข้อความอะไร ให้อ่านได้  มีแต่กระดาษพื้นที่สีขาว บางทีบางเล่ม ก็ไม่มีเส้นบันทัดด้วย 

 ในที่สุด ก็คิดว่า น่าจะพบว่า ทำไมชอบความเป็นกระดาษเปล่าของมัน  ที่ไม่มีตัวอักษร ไม่มีอะไรเลย  มันน่าจะเกิดจากความชอบตรงที่ เมื่อไม่มีตัวอักษร หรือความหมายที่บ่งบอกในสมุดบันทึก มันแค่หน้ากระดาษที่ว่างเปล่า  นั้นหมายความว่า มันจะชี้นำความคิดของเราไม่ได้  ยกเว้น มันเป็นความคิดของเราเองที่เราเขียนลงไป  ซึ่งเป็นความคิดของเราจริงๆๆ 

แต่หากเป็นหนังสือ มันต้องมีตัวอักษรที่พิมพ์หรือเขียนลงบนกระดาษนั้นแล้ว มันจะเป็นสื่อต่างๆๆ ที่พอเราอ่านแล้วมันจะกระโดดเข้ามาสมองเราทันที บางสิ่งที่มันเข้ามามันดี เราก็ได้รับประโยชน์  บางสิ่งที่มันไม่ดีมันก็กลายเป็นขยะในสมอง  บางสิ่ง มันก็พยายามชี้นำความคิดเรา  จนเราต้องใช้สมองหนักอีก เพราะต้องวิเคราะห์ หาข้อลบล้างหรือหาข้อสนุบสนุน สิ่งทีเข้ามาในหัวสมองเรา ก่อนออกมาเป็นแนวคิดของเรา แล้วออกมาเป็นพฤติกรรมว่า อย่างไหนดี  อย่างไหนไม่ดี ทั้งๆๆ ที่บางสิ่งบางอย่างไม่สามารถมีบรรทัดฐานได้เลยว่า ทำแล้วดีหรือไม่ดี อย่างไร

แต่เพราะการชี้นำ การยัดเยียดความคิดเข้ามาในสมองของคน  คนที่ขาดการวิเคราะห์ จึงมักจะหลงตามไป แล้วคิดว่าสิ่งนั้นดี สิ่งนั้นคือสิ่งที่ถูก หากใครคิดต่าง ถือว่าคนนั้นไม่ดี เพราะหนังสือหรือสื่อต่างๆๆ บางที่ได้มาปฎิวัติสมองเรา และเข้าครอบครองเรียบร้อยแล้ว 

เลยสรุป ว่า น่าจะเป็นอย่างนี้ นี่เอง เลยชอบสมุดบันทึก เพราะไม่มีเนื้อหาอะไรเลย ยกเว้น เราจะเขียนลงไปเอง ออกแบบตัวเราเอง หรือไม่ก็คิดในส่วนที่ดีๆๆ ของคนอื่นมาเขียนใส่ไว้ 

ก็ย้อนนึกถึงคำพูดเกี่ยวกับเด็ก ที่ว่า เด็กเหมือนผ้าขาว ส่วนมากแล้ว การเป็นอยู่หรือการเปลี่ยนแปลงเมื่อโตขึ้น มันมาพร้อมกับสิ่งแวดล้อมเหมือนกับการทาสี ลงบนผ้าขาว

ส่วนปากกา มันคือสิ่งที่เราเอาน้ำหมึกของมัน ลากบนกระดาษ  แล้วออกมาเป็นความหมายบนสมุดบันทึก มันก็อยู่ในมือของเราเอง จากสมองของเราสู่ปลายปากกา 

ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ภายใต้ควบคุมของเราหมด

เมื่อเราเขียนลงในสมุดบันทึกด้วยปากกาของเราเอง และเขียนเอง เท่ากับว่า สมุดบันทึกนั้นคือสิ่งที่เรากำหนดขึ้นมาเอง 

 น่าจะเป็นแบบนั้นเอง เลยชอบสมุดบันทึกกับปากกา

ปากกา กับสมุดบันทึก น่าจะให้แนวคิด มุมมองชีวิต ได้เช่นกัน

อย่างสมุดบันทึก ที่กล่าวมาแล้ว

ส่วนปากกา  หากซื้อมาแล้ว และได้เอาที่ปิดตรงหัวปากกาออก หากไม่ได้ใช้นาน จะเขียนไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำหมึกออกมา เนื่องจากเกิดการแห้งหรืออุดตันตรงหัวปากกา 

เหตุที่น้ำหมึกไม่ออกมา ก็ตรงกับชื่อของปากกา

เขาเรียกว่า ปากกาลูกลื่น เพราะฉะนั้นหากให้ลื่นต้องมีลูกเหล็กกลมๆๆ อยู่ปลายปากกา อาจจะเรียกว่า ลูกเหล็กกลม เล็กๆๆ ก็ได้ หรือจะเรียกอย่างอื่น ก็ได้ แล้วแต่จะเรียก

เมื่อเราเอาตัวปิดออก และไม่เคยทำให้ลูกเหล็กกลมๆๆ นั้นเคลื่อนไหว ไม่นานมันก็ไม่หมุน เมื่อไม่หมุนน้ำหมึกก็ออกมาไม่ได้

มันก็เหมือนกับชีวิตคนนั้นแหละ  หากย้ำอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหว ไม่พัฒนาตัวเอง สุดท้าย หากจะเปรียบ คือ ไม่มีน้ำหมึกออกมา มันจะแห้ง และขาดความสำคัญ สุดท้ายก็ไร้ค่า

เพราะฉะนั้น หากต้องการให้น้ำหมีกใหลออกมาก็ต้องพยายามเคลื่อนไหว เพื่อให้สมองมีการสั่งการ หากให้สมองมันสั่งการได้ ก็ต้องสร้างเป้าหมาย  หากไม่มีเป้าหมาย หรือปลายทาง ก็วางแผนการเดินไม่ได้  

แต่หากเรามีเป้าหมาย  ลงมือทำเพื่อให้เข้าใกล้สู่เป้าหมายที่เราวางไว้ แม้ว่า จะไม่ถึงเป้าหมายแต่ ในระหว่างที่เราเดินทางเข้าหาเป้าหมาย เราก็ได้เจออะไรมากมายที่เราต้องการจัดการ เพื่อให้ก้าวผ่าน และเดินไปยังเป้าหมายต่อไปได้ 

 แค่นี้ เราก็จะมีชีวิตอย่างมีคุณค่าแล้ว

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment