และแล้วท่วมจนได้

และแล้วท่วมจนได้ หลังจากที่ตกติดต่ออย่างต่อเนื่อง มันเป็นเรื่องปกติของปักษ์ใต้บ้านเรา ฝนจะตกเป็นระยะ สักพักพอพื้นดินอิ่มตัวตกแค่ 2 วัน น้ำจะท่วมทันที แต่ในความเป็นเหตุปกตินั้น คนใต้ไม่ค่อยจะเดือนร้อนเท่าไร (จริงๆ มันเดือนร้อนนั้นแหละ แต่เดือนร้อนไม่มากเหมือนภาคอื่น) ตรงที่ ท่วมอย่างสูงสุดแล้ว ไม่เกิน 3 วัน น้ำจะหายไปหมด ไม่มีการท่วมหรือแช่ขังนาน

เป็นเพราะว่าอยู่ใกล้ทะเล น้ำลงทะเลได้เร็ว  ยกเว้นน้ำทะเลหนุน  ระบายช้า หรือระบายลงทะเลไม่ได้  ส่วนมากแล้วมักจะท่วมกลางคืน เนื่องจากน้ำทะเลขึ้นหรือหนุน (ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมเขาเรียกว่า น้ำทะเลหนุน ไม่เรียกว่าน้ำทะเล ระดับสูงขึ้นจนเข้ามายังแผ่นดินหรือน้ำในแผ่นดินระบายลงทะเล ไม่ได้)

ไม่ได้เขียน Blog ไป 2 วัน เนื่องจากภารกิจมันมาก กับสภาพร่างกาย ช่วงฝนตกไม่เคยเอื้ออำนวยเท่าไหร สาเหตุเพราะไม่ได้ออกกำลังกาย เข้าสวนเข้าไม่ได้ จริงๆๆ มันเข้าได้ นั้นแหละลุยเข้าไปได้ แต่ เข้าไปแล้วน้ำทั้งนั้น ทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้เข้าไปทำไม นอนเล่นหรือทำอย่างอื่นดีกว่า

เมื่อวานไปประชุมเกี่ยวกับสหกรณ์ สิ่งแรกที่ผิดปกติคือ  มีคนเข้าประชุมจำนวนมาก สงสัยว่าทำไม่ ทั้งที่เวลาไปที่คือเวลาปกติเหมือนที่ไปทุกปี ลองมาคิดแล้วมาวิเคราะห์ต่อ ประมวลผลว่าทำไม่คนมาก สุดท้ายมานั่งคุยกับคนที่บ้าน น่าจะเป็นเพราะสภาวะเศรษฐกิจ ความคล่องตัวของเงินน่าจะมีน้อย เลยมีคนเข้าร่วมประชุมมาก เพื่อหวังรับเงินค่าประชุม

ฝนมันน่าจะมาจากฝนตกมาก รายได้รายปีเลยขาดไป บางคนว่าเป็นเพราะสวนยางไม่สามารถตัดได้ (กรีดยางได้) เลยทำให้คนไม่มีรายได้ แต่ ไม่ใช่เฉพาะสวนยางอย่างเดียว อย่างอื่นกระทบหมดทุกอย่าง ไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่วัดได้จากฟังคนที่ชอบไปตลาดนัดทุกวัน

คน คนนี้จะเล่าให้ฟังทุกครั้งที่กลับจากตลาด เช่น วันนี้ไม่มีคนเลยในตลาด วันนี้ แม่ค้านั่งน่าสงสารไม่มีคนซื้อเลย วันนี้ แม่ค้าแทบจะไม่มีเลย บางครั้ง แม่ค้าบ่นจัง ยังขายของไม่ได้แต่เขามาเก็บหัวหลาดแล้ว (เก็บค่าเช่าแผง หรือพื้นที่ในตลาด)

แม้จะเป็นสิ่งเล็กๆๆ แต่มันวัดได้ว่าสภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างไร

วกมาที่การเดินทางดีกว่า เมื่อวานตอนเดินทางเข้านครศรีธรรมราช มีรถจำนวนมาก วิ่งบนถนน สิ่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่เราสามารถวัดได้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของกลุ่มคน เดินทางถึงบ่อล้อเลี้ยวซ้าย พบว่า จากเดิมถนน 3 เลน วิ่งได้แค่เลนเดียวแล้ว  เลนที่เหลืออีก 2 เลน รถจอดเต็มไปหมด สงสัยอีกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายจึงรู้ว่าเป็นการประชุมสหกรณ์ เช่นกันของหน่วยงานหนึ่ง เป็นหน่วยงานที่ น่าจะเป็นตัวอย่างให้กับบุคคลทั่วไป ไม่ขอบอกว่าหน่วยงานไหน

ในความรู้สึกแล้ว เขาไม่น่าจะมองข้ามการจอดรถแบบนั้น มันเป็นการเอาเปรียบสังคมและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แค่จอดรถให้ไกลสักหน่อยแล้วเดิน มันจะดูดีกว่า จอดบนเลนทางรถวิ่ง ปิดกั้นคนอื่นที่ใช้เส้นทาง คนที่มองไปมันจะทำให้เขารู้สึกย้อนแย้ง เด็กที่กำลังมองดูอยู่ จะทำตามและคิดว่าการทำแบบนั้นมันเป็นเรื่องปกติ

ไม่นานสิ่งนั้นมันจะเป็นบรรทัดฐานของสังคม

ได้แต่มองแล้วถอนหายใจ หากเราคนเดียวไม่รับผิดชอบต่อสังคมแล้ว มันจะเป็นสิ่งที่คนอื่นทำตามได้ แม้เราจะบอกว่าการทำเช่นนั้นไม่ดี แต่เราทำเสียเอง

เดินทางต่อ และพบอีกบนท้องถนน สิ่งที่เจอคือความเร่งรีบ ทุกคนมีแต่ความเร่งรีบ เร่งร้อน ทั้งที่ฝนตก น่าจะใจยินเปิดเพลงฟัง ไม่ต้องเปิดแอร์ หรือไม่เปิดเป็นระยะ เพื่อประหยัดน้ำมัน แต่ ไม่ว่าเขาไม่ได้ ความคิดใคร ความคิดมัน จะเอาความคิดเราเองเป็นบรรทัดฐานแล้วบอกว่า คนอื่นไม่ดี ไม่ได้ เขาอาจจะมีเหตุผลของเขา

บางคนถามว่า งั้นเขียนมาทำไม แค่เขียนว่าแนวคิดของตัวเองแบบนี้ แค่นั้นเอง แต่ยังคงเคารพความคิดของคนอื่นที่แตกต่างจากเรา

เดินทางถึงสถานที่ประชุม ไม่มีจอดรถ ตัดสินใจขับไปจอดไกลสุด ประมาณ ห้าร้อยเมตร ห่างจากที่ประชุม ระหว่างเดินทางด้วยเท้ามายังห้องประชุม มีน้องๆๆ เปิดประจกรถทักทายหลายคน ดี มันเป็นการวัดตัวเองได้ว่า เราได้ให้อะไรกับสังคมบ้าง สิ่งที่เราให้ไปผลมันจะย้อนกลับมาเป็นตัวดัชนีได้ในตอนนี้แหละ

ว่า  ขณะที่เราเดินแล้วมีคนขับรถส่วนมาแล้ว ทักทายเรากี่คน ทั้งที่เราไม่รู้ยกเว้น เขาเปิดกระจกแล้วยกมือไหว้ หรือไม่ ทักทายเรามา หากเขาไม่ทักทาย เราแทบไม่รู้หรอกเพราะขับนั่งในรถปิดกระจก

เสร็จสิ้นภารกิจ กำลังจะเดินทางออกจากห้องประชุม เจอลูกศิษย์ ทักมาแต่ไกล พร้อมกับบอกว่าพี่ เดี่ยวไปกินข้าวผม ว่าจะไม่ไป แต่ไม่อยากขัดใจเลยบอกตกลงไป เช่นเดิมไปร้านโกปี้ เพราะว่าเป็นร้านที่ใกล้ กับเป็นเส้นทางผ่านเพื่อจะกลับบ้านด้วย ที่ร้านโกปี้ วันนี้ คนมากเป็นพิเศษ มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป เอฮา กันเป็นกลุ่ม น่าจะถ่ายรูปลงเฟสบุค มีการแอ็คท่าทาง ต่าง ๆๆ เพื่อให้ออกมาแล้วดูสวยงาน

ในความรู้สึกว่า ส่วนนี้ เป็นส่วนที่ดีมาก เป็นช่องทางที่มีประโยชน์มหาศาล เมื่อก่อน คนที่สามารถออกสื่อได้ทางเดียวเท่านั้นคือทางโทรทัศน์ แต่การจะออกทางโทรทัศน์ หรือทีวิ นั้น มันค่อนข้างจะยากมากๆๆ และมีกลุ่มคนแค่ไม่กี่คนที่คอยนำเสนอ ส่วนมากแล้วเป็นการชี้นำทางความคิด

แต่ในยุคหลังๆ มี youtube Facebook และช่องทางอื่นที่มีคนสามารถสร้างสื่อของตนเองได้ และมีคนติดต่อมาก แม้ว่าบางสื่อจะมีการชี้นำเช่นกัน แต่ไม่สามารถบังคับได้แบบก่อน เพราะหากใครเปิดแล้วไม่อยากดูแค่ปิด แล้วดูในส่วนที่ตัวเองพิจารณาว่าดี ชอบแทน

เดินทางกลับบ้านฝนตกหนักตลอดทาง

เป็นอันว่าเสร็จสิ้นภารกิจอีก และคิดไว้หากตกแบบนี้ น่าจะท่วมแน่นอน กลับถึงบ้านเลยจัดการเตรียมพร้อมรอรับน้ำท่วม

พร้อมกับแก้ไขปัญหาบ้านหลังข้างหน้าเกี่ยวกับระบบไฟ เนื่องจากเป็นบ้านเก่า ระบบไฟยังเป็นระบบเก่า แบบสาย Line ยังเป็นสีดำ ส่วนรุ่นใหม่จะเป็นสีน้ำตาล จำง่ายๆๆว่า สายไฟเป็นสายไฟวิ่งคือ สาย L มักจะเป็นสีเข้ม  เดิมคือสีดำ ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ส่วนสาย N เดิมเป็นสีเทา เปลี่ยนมาเป็นสีฟ้า

นั่งอ่านคู่มือการต่อเข้าตู้ระบบไฟ ตั้งนานหลายกูรู บางคนอธิบายพยายามอธิบาย แต่ฟังหลายรอบแล้วไม่เข้าใจ แสดงว่าไม่เก่ง แต่บางรายอธิบายแบปเดียวเข้าใจ

ค่อยว่าอีก Blog จะอธิบายมีวิธีการเดินสายไฟ แบบเอาสายรุ่นเก่ามาต่อเข้ากับตู้ ให้อีกที วันนี้ น่าจะพอแค่นี้ก่อน ตอนเย็นค่อยสรุปเรื่องสายไฟให้อีกที

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment