การสร้างวินัยให้ตัวเอง

การสร้างวินัยให้ตัวเอง

วันนี้ขึ้นต้นด้วยหัวข้อที่สวยหรู ดูเชิงวิชาการ แต่มันไม่มีอะไรมากหรอก แต่อยากเขียนให้กำลังตัวเอง จะบอกว่าล้ามันก็ไม่ใช่ หรือไม่น่าจะใช่ หรือใช่ มันบอกไม่ถูก

ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลยวันนี้ แค่ฝนตกหนักมากๆๆ อีกวัน ไม่รู้จะไปไหนเข้าสวนมันเข้าไม่ได้ เพราะเปียก ชื้น เดินลำบากอะไรหลายอย่างที่เป็นข้ออ้างให้กับตัวเอง เพื่อไม่อยากเข้าช่วงนี้ รวมทั้งยุงมาเริ่มมากด้วย กับหาเหตุผลให้กับตัวเองที่ไม่ต้องเข้าสวน ได้แล้ว

นอน อ่านหนังสือ ปรับปรุงเว็บไซต์ แก้ปรับ SEO หลายๆๆ เรื่อง แต่น่าจะหนักเรื่องนอนมากกว่า

ใจจริงมันไม่ยากนอนหรอก แต่ นอนเล่นแล้วมันเผลอหลับไปเอง เลยหาข้อแก้ตัวได้อีกว่าน่าจะกินขนมหวานเลยง่วงนอน เช่นเดิมจะว่าขนมหวานมันไม่น่าจะใช่ เพราะคนที่บ้านที่ทำบอกว่าเป็นอะไรแล้วจำไม่ได้แล้ว เพราะเพิ่งรู้จักเป็นขนมของชาวปากพนังเขา มันไม่น่าเชื่อ แค่ห่างกันคนละอำเภอแต่เรียกชื่อแตกต่างกัน

คนที่บ้านบอกว่า มะพร้าวมันเหลือ จากที่สอย หรือขอย วันก่อนเลยทำขนมกินเล่น  ขนาดกินเล่นๆๆ ยังอิ่มตื้อ ผลคือกินเสร็จแล้วหลับเลย มาตื่นอีกทีฝนตกหนักอีกแล้ว

ได้จังหวะดี นอนต่อ

แต่มันมีบางจังหวะที่ลุกเอาหนังสือมาอ่านบ้าง จนมาเจอคำว่าการมีวินับให้กับตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญ ทั้งที่เล่มนี้เคยอ่านมาแล้ว

พอดึเวลา ตี 8 หรือภาษากลางเขาเรียกว่า 2 ทุ่ม ลุกขึ้นมาเขียนบทความ เพื่อสร้างวินัยให้กับตัวเองที่ทำมาหลายวันแล้ว แม้จะหลุดไปบ้างเพราะไปหลงแสงสีเมืองกรุง  สุดท้ายชีวิต กลับมาใช้ตามที่ชอบเหมือนเดิม

สงบ นิ่ง ได้มีโอกาสคิดวางแผน กับจะลองทดสอบดูว่า ในหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า หากคนเราวาดความคิดอะไรไว้ในหัวสมองว่าอยากจะทำให้อะไให้คิดไว้แล้วเขียนไว้ในกระดาษ ไม่นานมันจะเป็นอย่างที่เราวาดไว้

มันจะจริงหรือเปล่า ยังสงสัย แต่ มาสรุปและสังเคราะห์บวกวิเคราะห์ อีกที และหลายครั้ง บางทีน่าจะจริง เพราะมันคือการตั้งเป้าหมายไว้ว่าเราจะทำอะไร

สุดท้ายมาลงที่วินัย การลงมือทำ แม้จะเล็กน้อยไม่มากให้ลงมือทำ แล้วมาอ่านเจออีกเล่มบอกว่า ไม่ต้องทำเต็มร้อย ให้ทำ 30 ก่อน เมื่อได้ 30 แล้วค่อยๆๆ ปรับให้มันเต็มร้อย

ผลดีของหนังสือ มันดีอย่างนี้เอง หากเราอ่านเล่มเดียว ไม่น่าจะได้ผล ต้องอ่านหลายเล่มแล้วเอามาโยงกันแบบนี้น่าจะดี

แต่ … สุดท้าย มันมาที่วินัยอีกจนได้

คำว่าวินัยในความจำกัดความที่คิดของตัวเองคือ ทำอะไรแล้ว อย่าหยุดกลางคัน ให้ทำต่อไป ทำตลอดตามที่เราได้วางภารกิจให้กับตัวเองว่าจะทำ โดยไม่มีใครมาสั่งหรือบังคับว่าให้เรา แต่เราบังคับตัวเราเองว่าให้ทำทุกวันแม้มันจะล้าจะเหนื่อย หรือหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองที่จะไม่ทำก็ได้แต่การมีวินัย เราต้องทำ

นั้นคือคำว่าวินัยในความคิดของตัวเอง

ในความรู้สึกว่าตอนนี้ มันเริ่มจะได้ผล..

จากเดิมนั่งพิมพ์ได้ไม่เกิน 10 บรรทัดจะเริ่มล้าคิดอะไรไม่ออก และต้องมีพิธีการมาก ต้องร่าง หรือต้องทำอะไรหลายเรื่อง ต้องเค้นสมอง เพื่อให้ออกจากสมองแล้วบังคับมายังปลายนิ้วพิมพ์ลงคีย์บอร์ด กว่าจะได้แต่ละบรรทัด นั่งคิดแล้วคิดอีก

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เลย แค่เปิดหน้า Editor ของ WordPress เองแค่นั้น แล้วพิมพ์ พิมพ์ มันไปได้เรื่อย แม้ว่าเนื้อหาจะแกว่งไปแกว่งมา แต่มันออกมาเป็นตัวหนังสือตามที่เราคิด

มาคิดดูน่าจะเป็นวินัย ที่ทำให้เราพัฒนาขึ้นมาก ตั้งแต่เรื่องการพิมพ์ (แต่อย่าลืมเรื่องคีย์บอร์ดให้เลือกให้ตรงกับที่เราชอบและใช้ตัวไหนให้ใช้ตัวนั้น)

จากวินัยที่ได้วางมาปีกว่า สิ่งแรกที่วางไว้คือการได้หวนคืนยุทธจักรในการอ่านหนังสือ  พบว่า การอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่ทำให้จิตเรานิ่งมากขึ้น สงบมากขึ้น สิ่งที่ทำให้เกิดเช่นนั้นได้ น่าจะเกิดจากเราต้องสร้างสมาธิ หรือต้องมีใจจดจ่อกับตัวอักษรที่มันวิ่งผ่านตาเราไปหรือที่สายตามเรากวาดไป

หากเรากวาดเร็วเกินไป มันจะไม่เข้าใจ เลยต้องอ่านแม้บางครั้งจะอ่านรวบรัดบ้าง แต่ส่วนมากหากให้อ่านได้มีความรู้สึกที่ดีต้องอ่านแบบละเอียดแล้วคิดตาม ว่าที่เขาฝังความคิดของเขาเข้ามาในหัวสมองเของเรามันเป็นอย่างไร  มันเลยทำให้เรารู้สึกนิ่ง เนื้อหาต่างๆๆ จะไม่ยัดลงหัวเรามาก มันมีแค่ตัวอักษร

ไม่เหมือนกับดูโซเชียล มีเนื้อหายัดให้เราตลอดเวลา โดยเฉพาะพวกที่ยิ่ง AD แยะๆๆ มันอัดลงมาตลอดเวลา ทำให้เราอ่านนิดเดียวบางเรื่อง แล้วข้ามเลยไปอ่านเรื่องต่อไป

มันเหมือนกับว่าชีวิตของเรา แทบจะไม่รู้เรื่องลึกอะไรเลย รู้แค่เปลือก แต่รู้ทุกเรื่อง ทุกอย่าง กำลังคิดว่ามันเป็นผลดีหรือผลเสีย แต่ที่แน่ๆๆ สมาธิสั้น แน่นอน

เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนมีเรื่องอยากจะเขียนอีกมากดูเวลาแล้วมันพอดีกับที่วางไว้ว่า บทความหนึ่งต้องไม่ให้เกิน 1 ชม ในการพิมพ์ แบบว่าเป็นคนมีวินัย เลยต้องทำตามวินัยที่ตัวเองวางไว้ อย่างเคร่งครัด

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment