เวลาและความคิด

เวลาและความคิด

เปิดคอม แล้วนั่งเฉยๆๆ

ตอนเที่ยง หรืออาจจะไม่ใช่เที่ยงแต่ใกล้เที่ยง อากาศเริ่มจะร้อน หลังจากพักเขียนบทความ ในความคิดตอนนั้น น่าจะหยุดสักพัก ขณะนั้นเกิดความคิดมีเรื่องจะเขียน Blog หลายเรื่อง คิดในใจว่า น่าจะเขียนตุนไว้บ้าง เผื่อช่วงหัวค่ำคิดอะไรไม่ออก เดินขึ้นบนบ้านไปหยิบคอมพิวเตอร์ตัวเล็ก ตัวนั้นเหมาะสำหรับใช้งานในร้านกาแฟ เป็นตัวเล็กหน้าจอเล็ก แป้นคีย์บอร์ด ติดแข็งแต่ก็พิมพ์ดี น่าใช้ เพราะมันเป็นของเดล ตระกูล  latitude  อีกตัว ค่อนข้างออกแบบมาดี อาจจะเป็นเพราะใช้ latitude มาตลอด เลยเกิดความเคยชิน

ขณะเดินถือคอมพิวเตอร์ โน้ตบุค ในหัวสมองมีหลายเรื่องที่กะว่าจะร่ายยาวเขียน blog ในเรื่องทั่วไป ที่อยากจะเขียน แม้ว่าไม่มีใครอ่าน อย่างที่บอก อยากจะเขียน บางทีมันเหมือนกับว่า เราได้ output ข้อมูลหรือสงสารออกไปแล้วในสมองเราโล่ง เลยอยากเขียน

เปิดคอมพิวเตอร์เตรียมตัวเสร็จสรรพ login เพื่อเข้าใช้งาน ทันใดนั้นมีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ปรากฏว่า หนังสือที่สั่งไปเก็บเงินปลายทางมาถึงแล้ว  ออกไปรับหนังสือจากขนส่ง เป็น J & T น่าจะเป็นผู้ส่งรับช่วงมาอีกที แม้จะไม่เร็วเท่า kerry แต่ก็ใช้ได้

เอ่ยถึง kerry แล้วช่วงหลัง รู้สึกจะช้า หนังสือที่ได้รับวันนี้  เป็นหนังสือที่สั่งหลังหนังสือที่ส่งด้วย kerry แต่  มาถึงก่อน และวันนี้ก็เช่นกัน kerry อวดฉลาดเกมโกง โทรหาเพื่อให้รับของ กดรับไม่ทัน โทรกลับแล้วไม่รับสาย ทั้งที่จังหวะเดียวกับรับสายเลย  ไม่นานทิ้งช่วงนิด ก็กดโทรมาหาอีกครั้ง แต่ ได้ยินเสียงแค่ครั้งเดียว หากพูดภาษากลาง เขาเรียกว่ายิง แต่ บ้านเราเขาเรียกว่า หยอด

เป็นอันรู้ทันทีว่า ส่งไม่ทัน แต่พยายามหาข้ออ้างเหตุที่ไม่สามารถส่งได้ เพราะในใบแจ้งรายละเอียดการส่งนั้นเส้นตายที่ต้องส่งคือวันนี้ แต่เล่นเกมส์ว่า ผู้รับไม่สามารถติดต่อได้ เลยไม่สามารถส่งได้ เป็นไปดังคาดจริงๆๆ  สักพักมีข้อความมาบอกว่า ติดต่อผู้รับไม่ได้ จะส่งให้พรุ่งนี้

หากเป็นแบบนี้ ไม่นาน kerry อาจจะเหมือนกับร้านค้าที่ออก ทีวี  เจอหลายร้านแล้ว ดังมาก จนทีวีมาถ่ายทำออกรายการ สุดท้าย ร้านนั้นเจ้ง

ถ้าวิเคราะห์ วิเคราะห์ได้ง่ายมาก ก่อนออกทีวี แม้ว่า จะมีคนมาก แต่ยังบริการทัน คุณภาพการบริการยังดี อยู่ แต่พอออกทีวี มีคนมามาก เข้ามาก ปัญหาเกิดคือบริหาร หรือบริการไม่ทัน ไม่นานลูกค้าก็หนีไป

อย่าง kerry เมื่อก่อน ตรงเวลา ตอนหลังเพี้ยน น่าจะเป็นเพราะลูกค้ามากขึ้น แต่ J & T แม้จะช้าไปกว่าสักวัน แต่ แน่นอนว่า ได้รับตามคำหนด แม้ว่าผู้มาส่งบางทีกระโชก โฮกฮากบ้าง เพราะเป็นคนรับงานช่วงมาอีกที พนักงานของบริษัทคงจะส่งไม่ทัน แต่ดูแล้วเขาก็พยายามมากในการบริการ

ไม่ได้รีบ หนังสือที่จะอ่านมีอยู่มาก เลยไม่สนใจเก็บเป็นอารมณ์ ดูเวลาแล้วเที่ยงอีกแล้ว เร็วจริงๆๆ แต่ละวันทั้งที่แทบจะไม่ย่างกราย ออกจากบ้านไปไหนเลย เดินแค่บ้านหลังข้างใน ขนำ บ้านหลังข้างนอก เผลอแป็บเดียวเที่ยงอีกแล้ว เมื่อเที่ยงก็ต้องทำเหมือนทุกวันเดินไปริมคลอง และก็เหมือนเดิมทุกวัน กับข้าวพร้อม

ขณะนั่งกินข้าว จู่ ๆๆ ฝนตกอย่างหนัก เป็นอันว่าจะพิมพ์ Blog น่าจะยกเลิกไป ขนำหากฝนตกไม่ใช่ที่นั่งสำหรับทำงาน เมื่อฝนตกจะมีสิ่งที่ตามมาคือความกังวลว่า ฝนจะสาดไหม หลังคาจะมีน้ำกระเด็นใส่หน้าจอคอมหรือไม่ หลายเรื่อง หากมีความกังวลแล้วการทำงานหรือทำอะไรมันก็ไม่สะดวก ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ หยิบหนังสือที่เพิ่งได้รับจากขนส่ง หมาดๆๆ ร้อนๆๆ ขึ้นมาอ่าน

เห็นปั้บ รู้เลยว่า น่าจะเป็นหนังสือเก่า เพราะตัวอักษรขนาดใหญ่มาก จำนวนหน้าไม่ได้เขียนบอกไว้ เปิดดูฉลากเขียนว่า 276 หน้า

ผลปรากฏว่า อ่านไม่ถึง ชั่วโมง จบเล่ม (อ่านภาพรวม ยังมีบ้างที่ไม่ได้อ่านแต่ไม่ใช่ตัวที่เป็นสาระสำคัญ) น่าจะเป็นเพราะหนังสือเบา  ไม่หนักสมองหรือต้องใช้สมาธิมากเหมือนหนังสือจิตวิทยา หรือหนังสือพัฒนาตนเองที่มาจากฝั่งตะวันตก หนังสือพวกนั้นตัวอักษรจะเล็ก แต่ขนาดของหนังสือค่อนข้างจะหนา หากอ่านรีบ จะมีอาการเหมือนกับไม่ได้อ่าน เพราะไม่เข้าใจ ต้องค่อยๆๆ อ่านแล้วคิด

บางทีหนังสือ ไม่ใช่ว่าทุกเล่มมันจะถูกต้อง 100% หนังสือ คือการยัดเยียดความคิดลงในหัวสมองเราด้วยเช่นกัน บางทีแค่ยกคำพูดมาอ้าง แล้วยกตัวอย่างตัวละคร สักคนสองคน แล้วมาบอกว่า มันเป็นแบบนั้นตามคำกล่าวอ้างนั้น เพื่อชี้นำเรา แต่หลักฐานหรือสิ่งที่เขายันมาให้เรา มันน้อยเกินไป

มันเป็นหน้าที่ของเราเองที่อ่านแล้วต้องคิด หรือวิเคราะห์ว่า มันจริงไหม บางทีอ่าน 2 เล่ม มันขัดแย้งกันเองก็มี เท่าที่จำได้ เรื่องความหลงไหล หรือที่เรียกว่า passion บางเล่มบอก งานจะออกมาดี ความตั้งใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความหลงใหลด้วย พอมาอ่านอีกแล้ว บอกว่า หลงไหลมากไม่มีมันคือตัวกับดักของ ego

อ่านแล้วยิ้มไป สรุปจะเอาไง สุดท้ายต้องใช้หัวสมองของเราเอง เป็นตัวตัดสิน แล้วจะใช้อะไรเป็นตัวตัดสิน ตัววัด ค่อยบอกอีกที

กลับมาที่ชื่อเรื่อง

เบื้องต้นครั้งแรก ตอนเริ่มเอามือวางบนคีย์บอร์ด ตาจ้องหน้าจอ แล้วนั่งเฉย เริ่มพิมพ์ประโยคแรกในชื่อหัวข้อเรื่องว่า เวลา ความคิด

คือต้องการส่งสาร หรือสื่อว่า ในเวลาที่เริ่มเขียนนี้ เป็นเวลาประมาณ ตี 8 กลางคืน หรือหากพูดเป็นภาษากลางเขาเรียกว่า 2 ทุ่ม  คนใต้ ชอบบอกว่าตี 8 แล้วใช้ความคิดวินิจฉัยเอาเอง ว่า 8 โมงเช้า หรือ 2 ทุ่ม ส่วนมากเป็นอันเข้าใจ หากไม่เข้าใจ จะบอกต่อว่า ตี 8 เช้าหรือตี 8 กลางคืน

สิ่งที่ต้องการสื่อคือจะสื่อให้เห็นว่า เวลา กับความคิด มันจะเกี่ยวเนื่องกัน  บางเวลาคิดอะไรได้มาก (ที่เรียกว่ามี ไอเดีย Idia ) แต่บางเวลา คิดอะไรไม่ค่อยได้เลย

ช่วงที่มีความคิดหรือความคิดวิ่งพล่าน ส่วนมากตั้งแต่ตื่นนอนถึงประมาณเที่ยงหากใช้เวลาช่วงนั้นคิด ค่อนข้างจะมีข้อมูลออกจากสมองเรามาก เป็นไปได้พยายามถือสมุดไว้คอยจด

ในช่วงเวลานี้ ส่วนมากร่างกายจะเพลีย เพราะต้องคิดอะไรมามากทั้งวัน สมองก็ล้า มานั่งหน้าคอมพิวเตอร์แล้วคิดอะไรไม่ออก

แต่.. มันผิดคาด พอนั่งเริ่มพิมพ์มีเรื่องจะเล่า มากมาย มานั่งคิดว่าทำไม

ตอนเริ่มเขียน โดยกำหนดเวลาว่า ตี 8 กลางคืนจะเขียนทุกคืน หากย้อนกลับไปอ่านจะเห็นว่าบทความแต่ละบทความ  ตอนคิดครั้งแรก จะบอกหัวข้อเป็นวัน  ตอนเริ่มต้นยาวดี แต่พอมากลางๆๆ จะเริ่มสั่น  แต่ไม่ท้อ เขียนทุกวัน มาถึงวันนี้

ตอนเริ่มนึกอะไร ไม่ออก แต่พอลงมือ มันมีอะไรตามมาอย่างมากมายจนมือพิมพ์ไม่ทันและเริ่มรุ้จังหวะการวางแป้นคีย์บอร์ด จังหวะการพิมพ์ว่าจะพิมพ์อย่างไร ให้เร็ว

นี่แหละผลของการฝึก

นึกถึงหนังสือ mindset  เล่มสีฟ้า ที่บอกว่า คนที่มีกรอบความคิดแบบพัฒนา จะไม่คิดว่า คนเรา เก่งได้เพราะบุญเก่าที่สะสมมา คือการที่เราเกิดมาแล้วมีความฉลาด ได้เปรียบคนอื่น แต่คนมีกรอบความคิดแบบพัฒนา จะเป็นคนที่คิดทำอะไรแล้วไม่ยอมแพ้ เจอสิ่งหนักๆๆ เป็นเรื่องสนุกท้าทาย และของทุกสิ่งที่ต้องการ มันมาจากความพยายาม ในการเรียนรู้

มีอะไรอีกหลายอย่าง นี่ก็แสดงให้เห็นว่า ที่อ่านมาทั้งหมดยังรู้ไม่จริง เพราะเมื่อนำมาอธิบายใน blog นี้ไม่สามารถอธิบายได้ น่าจะต้องกลับไปอ่านซ้ำอีกหลายๆๆ รอบแล้วทำความเข้าใจมารีวิว ใน Blog

เป็นหนังสือที่เปิดอ่าน ได้ 10 หน้า แล้วเสียดายเงินที่ซื้อ แต่พออ่านแล้วมาคิด  อ่านต่อจนจบ ยกให้เลยว่าเป็นหนังสือที่ หน้าจะซื้อเพิ่มอีกเล่มเพื่อเก็บไว้เป็นหนังสือในตำนาน

สิ่งที่พบความสุขในวันนี้

ดูเวลาแล้ว 21.02 น.ตี 9  แล้วน่าจะพอ แต่ยังไม่ได้เขียนว่าวันนี้ทำอะไรบ้าง คิดเอง ออเองว่าน่าจะร่ายย่อสักนิดว่าทำอะไรบ้างให้เก็บตัวเองแล้วมีความสุข

เช้าตื่นเร็วมาก 5.31 น.ตื่นเรียบร้อย แต่ตั้งปธิทานว่าจะไม่รีบ ที่ผ่านมามักจะรีบจนเกิดผลเสียมากกว่า เปลี่ยนความคิดใหม่ เพิ่มเวลาตื่นนอน แล้วลดความเร่งรีบ

กินกาแฟที่ขนำเสร็จ เดินทางมาเปิดประตูบ้านหลังข้างหน้า มาถึงมีขนมครกมาวางไว้ที่โต็ะทำงานเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ใครเอามาวางไว้

เปิดคอม ทำงานด้วยกินขนมครกด้วย ที่เหลือก็เป็นเหตุการณ์ตามที่ได้เล่ามาแล้ว เพียงแต่ตอนบ่ายหลังอ่านหนังสือเสร็จ เผลอหลับอีกแล้ว 15 นาที

ตื่นมา อากาศดีเพราะฝนตก แต่ไม่มีแสงแดด นอนคิดว่าจะเข้าสวนไหนดี สรุป เข้าสวนเล็กดีกว่า ขนหญ้าไปปลูกต่อให้เสร็จ

ถึงสวน ขุดหญ้ามาวาง ได้ความคิดใหม่ ครั้งแรกที่จอดรถกะจะจอดที่ยกระดับที่ไม่สูงมาก เปลี่ยนใหม่ ทำให้รถสามารถจอดที่จะสร้างขนำที่ยกสูงประมาณ 2 เมตรเลย

วางแปลนเสร็จลงมือทำแต่ ดินยังเปียกขุดไม่สะดวก กับดูเวลาแล้ว ตี 6 ตอนเย็น ก่อนค่ำหน้าจะกลับบ้านก่อน เพื่อออกกำลังกายก่อนกินข้าวนิด

น่าจะพอก่อน ดูเวลา 21.10 น. 14/7/2022

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment