ยกลูกเกียร์วันที่ 2
ยกลูกเกียร์วันที่ 2 เป็นอะไรที่เหนื่อยมาก เมื่อคืนปวดแขนมาก ในขณะเดียวกัน โดนไม้หล่นใส่ปากเจ่อ และนิ้วชี้ข้างขวา โดยเกียร์กระแทกใส่นิดหน่อย แต่ดีใส่ถุงมือเลยเจ็บไม่มาก
ตอนเช้า เพื่อเอาสกรูที่ติดบางตัวออกต้องใช้วิธีการเชื่อมพอกตรงสกรู ขณะทำงานเกี่ยวกับการเชื่อมต้องระวังอย่งมาก ไม่งั้นมันจะปวดตามาก เมื่อคืนปวดตานิดหน่อย เหมือนจะมีก้อนเล็กๆๆ อยู่ในตา แต่ดี ได้ระวังตัวไว้ก่อนเพราะเคยเจอมาแล้วมันทรมาณมาก ตอนเรียนเชื่อมเหล็กใหม่ๆๆ ยังไม่เรื่องทั้งที่ครูผู้สอนได้เตือนไว้แล้ว แต่คิดว่าไม่เป็นไร พอตกกลางคืนปวดตามาก ต้องเอาน้ำเกลือหยอดตา ไม่งั้นนอนไม่หลับ เป็นประสบการณ์ที่จำได้ไม่ลืม หลังจากนั้น ต้องระวังตัวตลอด ขณะทำงานต้องระวังโดยการสวมหน้ากากสำหรับเชื่อม ตอนแรกๆๆ คิดว่า เป็นเพราะแสงที่เชื่อมอย่างเดียว ต่อมาพบว่า ส่วนที่ทำให้เจ็บตา นอกจากแสงตอนเชื่อมเหล็กแล้ว ยังมีควันที่ออกมาด้วยต้องคอยหลีกหรือหาพัดลมมาช่วยเป่าควัน
เสร็จจากการเชื่อมพวก สุดท้าย เอาไม่ออกเพราะว่าพื้นที่จำกัด เมื่อหมุนแล้วมันไปติดขอบ เลยใช้วิธีเจาะรูและตาปเกลียวใหม่ เสร็จแล้วดำเนินการยกลูกเกียร์ขึ้นเสียบกับเครื่อง
ปรากฏว่าตอนคิดมันง่าย ตอนวางแผนในใจมันง่าย ว่าจะใช้แม่แรงยก แล้วใช้ตัว adepter เป็นตัวช่วย ปัญหาตามมาเยอะมาก เพราะต้องยกด้านหลังให้สูงแล้วดันด้านหลังก่อน แล้วค่อยยกด้านหน้า สุดท้ายทำอยู่เกือบวัน ไม่เสร็จ ตัดสินใจยกกับมือ ยกได้เกือบเสร็จหมดแรงเลยหยุด ไม่กล้าทำต่อเพราะกลัวร่างกายจะมีปัญหา เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เคยทำงานหนักมาก่อน สรุป ยังแต่ยกเพื่อให้เดือยเกียร์มันสวมกับลูกปืนฟลายวิล แต่มันไม่ไหว ปวดแขนมาก ตอนเช้าขึ้นมาคิดว่าจะหาวิธีการอย่างไร หากดันทุรังไป น่าจะเจ็บตัวมากกว่านี้ และไม่คุ้มกับที่ต้องอาจจะบาดเจ็บเพิ่ม เพราะความใจร้อนและรีบประกอบกับร่างกายรับไม่ไหว เลยหยุดพักอาบน้ำนอนเล่น
ตอนเช้านอนคิดว่าจะทำอย่างไรต่อดี เดินไปดูแล้วยังนิดเดียวแล้ว แต่ไม่กล้าเสี่ยงกับสภาพร่างกาย เลยตัดสินใจโทรไปหาหลานที่เปิดร้านซ่อมรถ ให้มาจัดการยกลูกเกียร์ให้ เขาทำไม่ถึง 10 นาทีเสร็จยกเสร็จเรียบร้อย เห็นว่ายังมีเวลา เลยให้ยกเปลี่ยนเกียร์สโลว์ให้ด้วย และให้เงินค่าน้ำมันค่าเสียเวลา เขา 200 บาท เพราะแค่ยกลูกเกียร์เสียบ กับประกอบเกียร์สโลว์ นอกนั้นไม่ต้องทำอะไร

สภาพเกียวเก่าที่ยกลงมา ยังโชคดีที่ในขั้นตอนการเปลี่ยนลูกปืนดันครัช เห็นสปริงด้วย หันไปดูของเก่า ยังไม่ได้ใส่ เกือบลืมแล้ว ถ้าลืมเป็นเรื่องแน่ เพราะต้องยกลูกเกียร์ใหม่ หากประกอบเสร็จแล้ว ส่วนขั้นตอนการทาจารบีและเทคนิครายละเอียดเกี่ยวกับครัช ได้เขียนไว้แล้วในหน้านี้ เข้าอ่านได้เผื่อใครสนใจ

เครื่องมือต่างๆ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าในราคาขนาดนี้ จะทดและใช้ดีมาก อย่างเช่นแม่แรงของ Smart ใช้อย่างมาก และไม่ค่อยสนใจเก็บบำรุงรักษาเพราะคิดว่าถูก และใช้ได้ไม่นาน ที่ไหนได้ ใช้ได้นาน และใช้ได้อย่างดี หลังจากนี้ เลยบำรุงรักษา และเก็บไว้อย่างดี ส่วนถุงมืออย่างที่บอก ใช้สองชั้นเลย ชั้นในถุงมือยาง ส่วนชั้นนอก อาจจะเป็นผ้า หรือแบบอื่นตามแต่หน้างานที่จะทำ

เกียร์สโลว์ ที่ถอดออกมา ไม่น่าเชื่อมีรังพวกแมงเม่าอยู่ด้วย เกียร์สโลว์ตัวนี้ เป็นตัวที่สอง ตัวแรกติดรถมาเป็นตัวสโลว์ 1300 ครั้งแรกที่ได้เปลี่ยนมาเป็นสโลว์ 1000 (คือตัวในภาพนี้ ) เพราะว่า ตัวแรกตอนซื้อรถมาคนขายเข้าไม่เข้าใจเรื่องรถ เขาแต่งเรื่องความสวยงามอย่างเดียว แต่เขาไม่เข้าใจ พอใช้ไปสักพักรู้สึกว่าสภาพเกียร์สโลว์ไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรลองรื้อมาแล้วปรากฏว่าเป็นลูกปืนที่มีปัญหา เพราะมันเก่ามาก ประกอบกับตอนเขาประกอบมาน่าจะไม่ดีพอเพราะว่าลูกบอลสำหรับโชว์ไปว่าตอนนี้ได้เข้าเกียร์สโลว์แล้วมันหายไป และมีหลายจุดที่เขาประกอบมาไม่ดีพอ เลยรื้อมาจะประกอบใหม่ แต่มาคิดดูอีกที จะเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายอีก เลยตัดสินใจซื้อของญีปุ่นเป็นโลว์มือสอง เอาแบบสโลว์ 1000 เพราะว่าตัวเก่าสาเหตุหนึ่งด้วยที่เปลี่ยนคือตีนปลายมันหมด คำว่าตีนปลายหมดคือ พอเข้าเกียร์ 5 แล้วรถมันไม่วิ่ง ต้องลดมาเกียร์ 4 น่าจะเป็นเพราะล้อด้วยเพราะใส่ล้อใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่ง
หลังจากเปลี่ยนมาใช้สโลว์ 1000 มันวิ่งพอดีรอบเครื่องยนต์กำลังสวย แต่ต้องมาบุกสวนในที่บางแห่งรถมันค่อยข้างต่ำเลยเจอปัญหาตอไม้หรือตอยางเก่า ต้องแก้ปัญหาอีก จะยกสูงก็กล้วว่ามีปัญหาเรื่องการแจ้งลงเล่ม และที่สำคัญรถหากยกสูงเกินไปมันจะมีปัญหาเกี่ยวกับศูนย์ถ่วงของรถ เพราะจุดศูนย์ถ่วงมันจะสูงเกินไป มีโอกาสพลิกคว่ำได้ง่าย เลยใช้วิธีเปลี่ยนเป็นแหนบยก 5 นิ้ว เสริมด้วยโตงเตงอีก 5 นิ้ว แล้วเพิ่มขนาดล้อ เป็น 31 มันก็วิ่งดี แต่ตีนต้นมาน้อยไปนิด
มานั่งคิดดูว่าจะเอาอย่างไรต่อ เลยตัดสินใจเปลี่ยนเฟืองท้ายและเฟืองหน้าเป็นอัตราทด 8/41 เหตุผลที่เปลี่ยน อย่างที่บอกสภาพของรถที่ซื้อมาไม่แน่ใจว่าคุณภาพเป็นอย่างไร และเฟืองท้ายก็เป็นแบบติดรถมาน่าจะนานมากแล้ว เลยจะเปลี่ยนเป็นของมือสองญี่ปุ่นแทน และอีกเหตุผลคือพวกนี้ ราคาจะขึ้นไม่หยุดเพราะของเริ่มหายาก อย่างเช่น สโลว์ 1000 เมื่อก่อนซื้อแค่ 5000 บาท ตอนนี้ ขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 6500 บาท
ตัดสินใจสั่งจากร้านประจำเปลี่ยนเฟืองท้าย เพราะเขาลดราคาให้ กับอีกอย่างเขาบอกว่าไม่นานราคาจะขึ้นอีกเพราะน้ำท่วมภาคเหนือมีคนต้องการของมาก เมื่อสั่งมาเปลี่ยนเสร็จ สรุปตีนต้นดีมากขึ้นเนินต่างๆๆ ใช้เกียร์2 ได้เลย แต่ปัญหาตามมาอีกคือตีนปลายมันเหลือมากเกินไป คำว่าตีนปลายเหลือคือในความเร็วเท่ากันรถที่ตีนปลายเหลือรอบเครื่องยนต์จะสูงกว่า ถึงจะทำความเร็วได้เท่าเดิม เช่นปกติหากอัตราทดไม่ใช่ เฟืองท้าย 8/41 แต่เป็น 11/43 ของเดิม ในความเร็วรอบ 2000 รอบ ความเร็วของรถจะได้ 60-70 กม.ต่อชั่วโมง แต่ พอเปลี่ยนมาเป็นเฟืองท้ายแบบ 8/41 ในความเร็วรอบ 2000 รอบ ความเร็วของรถจะได้ประมาณ 40 กม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น แสดงว่าเครื่องต้องทำงานหนักขึ้น หากต้องการให้วิ่งเร็ว นั้นคือในกรณีที่เราวิ่งบนถนนดำ แต่หากวิ่งในที่ลำบาก บอกได้เลยว่า ไปได้สบายนิ่ม ไม่มีปัญหา รวมทั้งการบรรทุกต่างๆๆ หากช่วงล่างรองรับได้ดีพอ บรรทุกหนัก รถยังเคลื่อนตัวได้สบาย
แต่ เพื่อให้ลงตัวที่สมดุลย์หรือเพิ่มตีนปลายสักนิด เพื่อถนอมเครื่องยนต์และในช่วงหน้าล่างไม่ใช่หน้าฝน ที่ต้องบุกหรือลุยมาก ก็หันมาใส่สโลว์ 1300 แทน และในระหว่างนั้น ก็บำรุงรักษาเกียร์สโลว์ 1000 ไว้ เผื่อไว้ใช้งานในหน้าฝน หรือหากหน้าฝนทดสอบแล้วว่า สโลว์ 1300 สามารถลุยได้ดี อาจจะขายต่อ
นั้นคือเหตุผลที่ให้ความสำคัญกับสโลว์ หรือเกียร์ฝาก เพราะตัวนี้สำคัญมาก มันเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อใช้งานในของรถที่ใช้งานในการบุก หรือลุย หรือที่เรียกว่า offroad หรือไม่มีถนน
แม้ว่าจะเสียเงิน แต่มันเป็นการลงทุนให้ตัวเองเพื่อได้งาน และการทำงานต่างๆๆ เร็วขึ้น

เหตุผลที่ชอบทำเอง เพราะ ได้ความสะอวด ความถูกต้อง ทุกชิ้นที่ถอดออกมาจะทำความสะอาดหมด เพราะฝุ่นโคลนต่างๆๆๆที่ไปติดอยู่ แม้ว่าบางส่วนไม่สำคัญแต่มันหมกมม อาจจะทำให้การระบายความร้อนไม่ดีพอ และอีกอย่างในรื้อในครั้งต่อไป มันจะทำได้สะดวกขึ้น เพราะสนิมมีน้อย ตอนซื้อรถมาใหม่ๆๆ กว่าจะถอดชิ้นส่วนได้แต่ละชิ้น ลำบากมากเพราะมันติดแน่นมาก ต้องใช้ WD 40 ฉีดทิ้งไว้เป็นคืน ว่าจะออก หรือบางตัวต้องใช้เวลามาก บางครั้งน็อตขาดคารูก็มี ต้องลงทุนซื้อเครื่องเชื่อมและตัวหมุนเกียวออก ยุ่งยากมากๆๆ
ยิ่งพวกสกรูต่างๆๆ ถอดมาแล้วหากไม่ทำความสะอาดเกลียวหรือรูของเกลียวที่มันใส่เข้าไป ปัญหาที่ตามมาคือเราจะขันด้วยมือเปล่าก่อนไม่เข้า (ปกติในการกวดหรือขันสกรู ต้องใช้มือเปล่าก่อนเพื่อป้องกันการปีนเกลียว) หากเราขันมือเปล่าไม่ได้ แล้วใช้ประแจเลย สิ่งที่ตามมาคือเกลียวหวาน หรือปีนเกลียว ปัญหาตามมาอีกต้องตาปเกลียวใหม่ ยิ่งชิ้นส่วนบางชิ้นที่มันยึดกับอลูมิเนียม เช่น ลูกเกียร์ต่างๆๆ ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการกวดหรือขันน้อต แรงขันต้องพอดี ไม่งั้นมันจะพาเกลียวหลุดตามมาด้วย
ดังนั้น เมื่อถอดพวกน็อต สกรู ออกมาแล้วสิ่งแรกคือเอาไปแช่น้ำมันดีเซล(เบนซินระเหยเร็ว) ทิ้งไว้ไม่นานสิ่งสกปรกจะหลุดหมด แล้วใช้แปรงทองเหลืองขัดอีกทีตอนประกอบเข้าเครื่องเพื่อให้เกลียวสะอาด ส่วนร่องเกลียวให้ใช้วิธีเอาลมแรงเป่าไล่สิ่งสกปรก อาจจะเอาเบนซินเท ลงไปในรูก่อน แล้วใช้ปืนลมฉีด

สภาพ รก ปกติทำงานเสร็จต้องเก็บเครื่องมือเข้า ชาร์โดว์บอร์ด แต่ไม่ไหว เหนื่อย ค่อยว่ากันต่อ เมื่อทำงานเสร็จ คิดว่า พรุ่งนี้ น่าจะต้องเก็บรายละเอียดให้หมด จริงๆๆ แล้ว หากเราไม่ต้องการให้งานออกมาดี ทำเสร็จนานแล้ว
แต่ที่ช้า อย่างแรก ความสะอวด น้อตแต่ละตัวต้องเหมาะสมและสมบูรณ์ ค่าแรงขันต่างๆๆ ต้องเหมาะสมกับน้อตแต่ละตัว
งานทำเองไม่ต้องรีบ ทำง่ายๆๆ เรื่อยๆๆ สุดท้ายไม่ต้องรื้อหลายรอบให้เครื่องมันช้ำ
วันนี้ แค่นี้ก่อน ทอเช้าค่อยประกอบกันใหม่ ไม่รู้จะเจอปัญหาอะไรอีกไหม
editor's pick
latest video

news via inbox
ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร