5 ส.โรงซ่อมรถ
5 ส.โรงซ่อมรถ เป็นความคิดที่วางแผนจะทำใหม่อีกครั้ง (เพราะทำมาแล้วสองครั้ง แต่มีปัญหาต้องรื้อออกทั้งสองครั้ง )พอดีเอารถไปซ่อมเพิ่มเติม เลยถือโอการพัฒนาโรงซ่อมรถ โดยการจัดทำชาร์โดบอร์ด (shadow board) เพื่อให้สะดวกในการทำงาน ในการซ่อมรถส่วนมากที่เสียเวลามาก เท่าที่สังเกตุ คือการหาเครื่องมือ ยิ่งทำเสร็จแล้ววางกองไว้ อย่างในภาพด้านล่างจะยิ่งปวดหัว ในการหาเครื่องมือ ทำให้เสียเวลามาก แม้ว่า จะจัดวางเครื่องมืออย่างดี แยกประเภทก็ยังมีปัญหาเลยตัดสินใจทำ ชาร์โดบอร์ด

ชาร์โดบอร์ด คืออะไร (Shadow board meaning) มันคือที่เก็บเครื่องมือ โดยใช้กระดานมาทำเป็นแผงไว้สำหรับห้อยเครื่องมือต่างๆๆ แต่ หากเราห้อยไว้เฉยๆๆ ปัญหาที่ตามมาคือเมื่อเราทำเสร็จ เราจะเก็บเข้าที่ไม่เหมือนเดิม สุดท้ายก็ต้องหาอีก วิธีการที่ง่ายที่สุดในการเก็บเครื่องมือเข้าที่ได้อย่างถูกต้องคือ วาดรูปเครื่องมือไว้บนกระดานที่เราเก็บเครื่องมือ ให้เป็นรูปร่างเหมือนกับเครื่องมือแต่ละชิ้น เมื่อเราทำงานเสร็จจะเก็บเครื่องมือ มันก็สบายขึ้น เพราะเราเอาไปแขวนไว้ตามรูปที่เราวาดไว้ทันที โดยไม่ผิดพลาด นั้นคือการทำกระดานเงาเครื่องมือ
จริงๆๆ แล้วการทำครั้งนี้ เป็นการทำครั้งที่ 3 แล้ว ครั้งแรกใช้ไม้ แบบ นิ้วครึ่งสาม แต่มีปัญหาการแกว่งของเครื่องมือ และวาดรูปยาก เลยหาซื้อแผ่นกระดานอัดมาทับบนแล้ว ทำไหม่อีกครั้ง สุดท้าย คิดผิดอย่างมากเพราะไม่นานเมื่อฝนสาด กระดานอัดมันโดนฝน หลุดออกมาเป็นชิ้นเล็กๆๆ สุดท้ายเก็บเครื่องมือไม่ได้ ทนหาเครื่องมืออยู่นาน เพราะไม่มีเวลาทำใหม่ เข้าสวนบ้าง เขียนเว็บบ้าง ซ่อมรถบ้าง เลยไม่มีเวลาทำ แต่ในช่วงนี้ พอดีกับเอารถไปทำสีเพิ่มเติมเลยได้ลงมือทำใหม่ แต่ครั้งนี้ ทำง่ายๆๆ แบบไม่ลงทุน หากไม้แผ่นที่เก่าๆๆ ทิ้งมาตีเข้าด้วยกัน แต่เน้นความแข็งแรง และโดนฝนก็ไม่มีปัญหา พร้อมกับย้ายที่มาอยู่ฝั่งตะวันออก เพราะส่วนมาก ฝนจะสาดมาทางด้านทิศตะวันตก
ในการทำครั้งนี้ ไม่ได้จริงจังแบบครั้งก่อน ค่อยๆๆ ทำ ค่อยๆๆ คิดไปเรื่อย จนออกมาเป็นรูปร่างที่ดีกว่าเก่า ไม่มีการวางแผนงานว่าจะทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ หาไม้ชิ้นไหนเจอก็เอามาทำ สุดท้ายออกเป็นรูป เป็นร่าง

หลังจากทำชาร์โดว์บอร์ด เสร็จ ก็วางแผนการจัดเก็บอุปกรณ์ส่วนอื่น ว่า วางอย่างไรถึงจะทำงานได้สะดวก
สิ่งแรกคือเครื่องมือประเภท สว่าน ประแจบ็อก และเครื่องมือที่มีกล่อง จำเป็นต้องวางไว้แยกเพื่อสะดวก เลยจัดทำชั้นเก็บอุปกรณ์เครื่องมือพวกนี้เพิ่มอีกหนึ่งชั้น เพราะแขวนไม่ได้
ต่อมา อุปกรณ์ไหนที่รื้อและแช่น้ำมันไว้ เผื่อเวลาใช้งานจะได้เอามาประกอบใช้งาน ก็มีหลายชิ้นที่วางไว้และรักษาไม่ดี สุดท้ายขึ้นสนิม เลยจัดการจัดวางอีกชั้น และหาถุงราดด้วยน้ำมันดีเซล เก็บไว้ชั้นล่างสุด โดยแบ่งออกเป็นพวกน่าจะใช้เร็ว กับพวกที่มีความสำคัญเอาไว้ด้านนอก พวกนี้ ส่วนมากเป็นอะหลั่ยสำรอง
การซ่อมรถยนต์ น้อตแต่ละตัวมีความสำคัญต้องเก็บไว้ให้ดี เพราะว่า หากขาดแม้ว่าจะชิ้นเล็กน้อยเครื่องยนต์ก็จะทำงานไม่ได้ แม้ว่าเราจะหาซื้อไหม่ได้ แต่มันเสียเวลาในการซ่อม เพราะว่าบางชิ้นส่วนที่เราทำความสะอวดไว้มันจะขึ้นสนิม
หากเป็นกรณีเช่นนี้ วิธีการล้างต้องผสมน้ำมันดีเซล กับเบนซิน พร้อมกัน เพราะมันจะเป็นตัวช่วยไม่ให้เป็นสนิม ตัวกำจัดสกปรกคือเบนซินกับดีเซล แต่ตัวที่เคลือบป้องกันสนิมได้ดีกว่า จารบีคือน้ำมันดีเซล และหากเราต้องการทำความสะอาดพวกสนิมหรือต้องการให้สะอาด ให้แช่น้ำมันดีเซลไว้ ไม่นานมันจะหลุดออกมาเป็นก้อน
แม้ว่าจะวางแผนทำชาร์โดบอร์ด ไว้อย่างดี แต่ มันก็มีส่วนที่ต้องเพิ่มเติมอีกหลายส่วน คือต้องค่อยๆๆ ทำไป เมื่อเจอว่ายังขาดส่วนไหน งานซ่อมรถไม่มีคำว่าเรียบร้อย เพราะมันต้องรื้อล้าง รอประกอบ พื้นต้องสะอาด การเช็ดต้องเช็ดด้วยทิชชู หากเช็ดด้วยผ้า สกปรกที่ผ้า มันจะไปติดใหม่อีกครั้ง ดังนั้น หากใช้ทิชชูเช็ด ส่วนมาเช็ดแล้วทิ้ง สิ่งที่ตามมาคือต้องตามเก็บ รวมทั้งกระดาษต่างๆๆ ที่ปู เพื่อไม่ให้สำผัสกับพื้นสกปรก พวกนี้ ก็ต้องคอยทำความสะอาด หรือเก็บทิ้งให้ดี ไม่งั้นมันจะรก สะสม
แต่งานซ่อมรถเป็นงานที่หากทำของตัวเองด้วยใจรักมันสนุก ที่สำคัญคือได้ออกมาคุณภาพ หากเราเข้าอู่ส่วนมากที่เจอ คือในขั้นตอนการทำความสะอาด มักจะให้เด็กฝึกงานทำ นั้นแหละคือผลเสียอย่างมากของรถ แทนที่จะซ่อมรถ กลายเป็นทำลายรถแทน เพราะเหตุใด
เด็กฝึกงาน หากไม่แนะนำให้ดี เขาจะทำอย่างเดียวคือทำความสะอาด แต่เขาไม่รู้ว่าตอนประกอบอาจจะเกิดปัญหาหาได้ อย่างเช่นให้เขาทำความสะอาดฝาสูบ ที่เคยเจอมาแล้ว มักจะใช้ของแข็งขูดเพื่อเอาคราบปะเก็นออก สุดท้ายกลายเป็นทำลายหน้าสำผัสของฝาสูบให้เป็นรอย เมื่อเป็นรอย ก็ยิ่งไม่เข้าใจ กลับใช้ซิลิโคนทา สุดท้าย ซิลิโคน เมื่อเจอน้ำมัน มันจะละลายไปอุดช่องระบายหล่อเย็น และฝังตัวเก็บไว้จนขึ้นสนิมหรือเป็นหลุม
จากฝาสูบดี แต่เนื่องจากทำความสะอาดไม่ดี กลายเป็นฝาสูบเสีย ต้องเอาไปปาด เสียเงินอีก ปาดเสร็จแรงอัดจะเพิ่มขึ้นปัญหาตามมาอีก ต้องเปลี่ยนปะเก็นให้หนาขึ้น และอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่ตามมา
ดังนั้น หากเราซื้อเครื่องมือ และทำเอง เน้นตรงทำความสะอาด มันจะได้ประสิทธิภาพมากกว่า
ในการซื้อเครื่องมือ ไม่จำเป็นต้องซ์้อครั้งเดียว เพราะมันจะแพง ให้ค่อยๆๆ สะสมซื้อไปเรื่อย แต่ให้มีเครื่องมือหลัก สำหรับงานทั่วไปไว้ก่อน
การซื้อเครื่องมือ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ อย่างแรกซื้อเพื่อใช้งานทั่วไป เอาราคาให้เหมาะสมกับความถี่ในการใช้ อย่างเช่น เราซ่อมไม่บ่อยก็ซื้อให้พออย่าให้มีปัญหาเวลาคลายแล้วมีปัญหากับสกรูหวาน อย่างที่สอง ในการทำงานหากส่วนไหนหรือประแจไหนที่ใช้บ่อย และมีความสำคัญหากหัวสกรูมีปัญหาแล้วแก้ยาก ให้พิจารณาว่า เบอร์ไหนที่ใช้บ่อย แล้วหาซื้อยี่ห้อดีๆๆ เช่น koken มาใช้แทนตัวที่ทำงานทั่วไป และต้องซื้อเพิ่มให้เป็นแบบบ้อกยาว รวมทั้งให้มีขนาด 1/2 และ1/4 มาเก็บไว้ด้วย
หากเราเข้าซ่อมรถในอู่ ก็ให้ดูตรงประแจที่เขาใช้นั้นแหละว่า เขาใช้ประแจคุณภาพหรือไม่ หากไม่มีคุณภาพ สิ่งที่ตามมาคือหัวน้อต สกรู ต่างๆๆ อาจจะเสียหายได้
editor's pick
latest video

news via inbox
ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร