เหนื่อย

เหนื่อย tired

คือความรู้สึกวันนี้ ขณะนั่งหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่มือก็ยังพิมพ์ได้ พยายามฝึก  ไม่หยุด แต่ไม่รู้ว่า จะได้ขนาดไหน ดูเวลา 20.07 น.ของวันนี้

กังวลใจนิดๆๆ ไม่รู้จะเขียนผิดหรือสับสนวกไปวนมาหรือไม่  กินข้าวเสร็จ นั่งอ่านหนังสือ Mind Set รู้สึกว่า หนังสือเล่มนี้ขัดแย้งกับคำแนะนำที่เจอหลายๆๆ อย่างในเมืองไทยเราโดยเฉพาะการส่งสารถึงลูกหรือคนในครอบครับ

หนังเล่มนี้ เน้นเรื่องกรอบความคิดตายตัว กับกรอบความคิดแบบพัฒนา หนังสือมีแหล่งอ้างอิงจากงานวิจัย แต่ก็แปลกใจ หนังสือนี้เขากล้ายกชื่อตัวละคร แบบคนจริงมาวิเคราะห์ แล้ววิจารณ์อย่างไม่กลัวเขาจะโกรธ

เมื่อลองค้นหาในอินเตอร์เน็ต พบว่าบางคนแตกต่างจากที่หนังสือเขียนออกมาอย่างสิ้นเชิง ในหนังสือวิจารณ์ให้เห็นการทำงานว่ามีแนวคิดแแบบกรอบตายตัว นำพาบริษัทมีปัญหา ถึงขั้นถูกไล่ออก นิสัยหลงตัวเอง แต่ในอินเตอร์เน็ต มีแต่คนเขียนยกยอสรรเสริญ โดยเฉพาะข้อมูลที่อ่านเจอเป็นภาษาไทย

มันก็แปลก อ่านจบวันไหนจะ สรุปย่อแนวคิดดีของหนังสือให้อีกที วันนี้มาว่ากันเรื่องอื่นก่อน

นั่งเรียบเรียงคู่มือ I2 เพื่อเขียนบทความ วันนี้ เน้นสรุปให้เห็นโครงสร้าง เนื่องจากไม่ได้วางแผนให้เขียนไว้ เนื้อหาเลยกระโดดไปกระโดดมา ขณะเดียวกัน ใช้โปรแกรมมานาน มันเลยดูง่าย แต่ลืมนึกไปว่า บางคนที่เขาเพิ่งเริ่มเล่น เริ่มศึกษาเขาอาจจะเข้ามาอ่านแล้วก็งง แทนที่เขาจะได้ประโยชน์  กลับเป็นว่า มันดูเหมือนยาก จนบางคนไม่อยากเรียกอย่าศึกษาเพราะคิดว่า ยาก ทั้งที่ หากเข้าใจพื้นฐานแนวคิดโครงสร้างมันแล้วมันไม่ยากเลย

วันนี้ เลยมาทำให้มันดูง่าย โดยเริ่มจากพื้นฐานสุดๆๆ แล้วเห็นโครงสร้างพร้อมกับตั้ง Link ไว้ให้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ทำบทความไว้แล้ว

ขณะเขียนบทความ หันไปมองประตู เห็นมีคนเปิดประตูทางเข้าบ้านอีกฝั่ง เมื่อมองไปก็เห็นเป็นน้องสาว กลับมาบ้าน สงสัยว่า ทำไม่น้องสาวกลับบ้าน ก็นึกได้ว่าวันนี้มันวันเสาร์ เป็นวันหยุด น้องสาวเลยกลับบ้านมาดูพ่อ

ช่วงนี้ น้องสาวกลับบ้านบ่อยขึ้น น่าจะเป็นเพราะว่าลูกสองคนของน้องสาว จบหมดแล้วได้งานดีๆๆ หมดทั้งสองคน คนหนึ่งจบ แพทย์ธรรมศาสตร์ อีกคนหนึ่งจบวิศวคอมพิวเตอร์ จาก ม.เกษตร  ถือว่าน้องสาวประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว เลยกลับบ้านมาดูพ่อบ่อย

เป้าหมายของครอบครัว

ชีวิตเกิดในครอบคร้วที่ไม่ร่ำรวย หลังจากแยกย้ายกันทำงานมีครอบครัวของแต่ละคน ไม่ค่อยได้เจอได้พบกันเท่าไรเพราะภาระครอบครัว ของแต่ละคน

แต่… ได้คุยวางแผนกันเรื่องลูกหลาน แม้เราจะไม่รวย ไม่ได้จบสูง หรือมีหน้าที่การงานดี ไม่ได้เป็นหัวหน้าคนอื่น แต่เรามีความสุขและพอใจกับงานที่ทำ ได้วางแผนเป้าหมายที่คิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับครอบครับของเรา คือการพัฒนาบุคลากร

วางเป้าหมายไว้ว่า รุ่นเราพ่อแม่เป็นชาวนา แต่เราก้าวมาอีกชั้นหนึ่ง โดยเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย กับรัฐวิสาหกิจ ชั้นผู้น้อย แต่ชั้นลูกหลานของเรา ต้องมีคุณภาพ  วางแผนผลักดันลูกหลาน เป็นเป้าหมายหลักอย่างเดียว ส่วนการผลักดันตัวเองไปข้างหน้าเพื่อให้รวย เพื่อเป็นหัวหน้างาน มีหน้ามีตาในสังคม นั้น เราสองคนพี่น้องตกลงกันแล้วว่า มันไม่สำคัญเท่ากับเรามาวางแผนผลักดันลูกหลาน รุ่นถัดมาของเรา

จากการคิดวางแผน ทุ่มพลัง ไปยังเป้าหมายเดียว ตอนนี้ เหมือนกับว่า เราปลูกต้นไม้ที่ได้ผลแล้วตามที่เราวางแผนไว้

ลูกหลาน 4 คน สามารถผลักดัน   จบวิศวะคอมพิวเตอร์ 2 คน  กับกำลังจะจบวิศวะชีวะการแพทย์  1  คน  จาก ม.เกษตร และ มอ.หาดใหญ่  และ แพทย์ 1 คน  จากธรรมศาสตร์

มันเป็นความสำเร็จและความภูมิใจลึกๆๆ ของเด็กบ้านนอก ที่พ่อแม่เป็นแค่ ชาวสวน ชาวนา แต่มารุ่นเราสามารถผลักให้ รุ่นถัดไปของเรา  ดีกว่ารุ่นเราอีกขั้นหนึ่ง

แม้ว่า ต่อไปข้างหน้าเขาจะทำงานแบบไหน อย่างไร ก็ถือว่าหน้าที่ของพวกเราสำเร็จแล้วแล้ว  ส่วนงานต่อไปข้างหน้าของพวกเขามันเป็นเรื่องของเขาเอง

คนที่จบแพทย์ วิศวะ ยิ่งเป็นสถาบันที่สังคมให้การยอมรับ  กลุ่มคนนี้ต้องรับผิดชอบตัวเองอย่างสูง กว่าจะผ่านด่านจบมาได้ต้องมีความพยายาม หลายเรื่อง มันเท่ากับพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาผ่านด่านหินมาแล้ว งานข้างนอก แม้จะหนักหนากว่าในมหาลัย แต่อย่างน้อยในมหาลัย ก็ได้ปลูกฝังความคิด สร้างทีม สร้างเครือข่าย แล้วสร้างอะไรให้เขาได้หลายอย่าง

ที่สำคัญคือเขาภูมิใจ เพราะที่พวกเขาจบคือสถาบันหลักทั้งนั้น สิ่งที่เขาได้อย่างชัดเจนที่สุด เขาจะมีสังคม พี่น้องของเขา จากสถาบันเดียวกัน

หยุดพัก เพื่อคุยกับน้อง กับรู้สึกเหนื่อยเพราะนั่งทำงานมาตั้งแต่ 6.30 น. น่าจะได้พักนิดหน่อย ไม่เปิดเครื่องคอม แต่ให้มันจำศีลไว้ เพื่อจะมาทำงานต่อ

แต่พอมองนาฬิกา ก็ใกล้เที่ยงแล้ว กับวางแผนว่าวันนี้จะไปซื้อน้ำแบบขวดขนาดใหญ่มาไว้ในครัวเพื่อไว้หุงข้าว ที่ไม่เกี่ยวกับน้ำกิน

ออกจากบ้านหลังข้างหน้า เพื่อมาขนอุปกรณ์สำหรับทำสวนในรถลงก่อนจะขนขวดน้ำ เมื่อเข้าในโรงรถก็เห็นโต็ะที่ทำขึ้นชั่วคราว จากไม้เทียมและไม้ขี้เหล็ก ใช้ไม่ขนาด 2×4 ทั้งนั้น คิดว่าน่าจะทำให้ดีกว่านั้นดีกว่าเพื่อใช้แทนโต้ะเครื่องคอมที่ใช้ทำงานตอนนี้ ขนาดของมันของข้างจะเล็ก หน้าจะทำให้ใหญ่และแข็งแรง โดยรื้อตัวที่ทำชั่วคราวนั้นไปให้ช่างทำใหม่

ให้คิดที่บ้านติดต่อช่าง ซึ่งเป็นพ่อของลูกจ้างในสวนให้ เขาบอกว่าให้มาคุยรายละเอียด ตอบตกลงเขา แล้วมาอาบน้ำ

ไปถึงเจอหลังบ้านลูกน้อง กำลังโคนยาง ถามว่าโคนทำไม เขาบอกว่า เป็นต้นที่ยางไม่ออกแล้วกับต้นที่ไม่ได้ขนาด และที่ไม่จำเป็น

เลยย้อนบอกไปว่า ทำไม ไม่ไปจัดการในสวนใหญ่ด้วย เพราะมีต้นยางที่ยางไม่ออกแล้วหลายต้น แต่ดูสีหน้าเขาแล้วเขาไม่อยากโคน เพราะสวนยางที่เขากรีด ตอนนี้ คือรายได้หลักของเขา  เขาตอบกลับมาว่า เดี่ยวจะลองดูก่อนว่า หากตัดที่สูงขึ้นไป มันจะออกไหม กับบ่นว่า หากตัดแล้วมีที่ว่างมันทำให้หญ้ารก

ก็นึกเขาในใจ ไอ้เราเป็นชาวของสวนไม่เสียดาย แต่เขาเป็นลูกน้องกรีดยาง กลับเสียดายมากกว่าเราอีก  คิดในใจว่า โชคดีที่ได้ลูกน้องแบบนี้ เพราะเขารักสวนเราเอง เหมือนกับสวนของเขาเลย  มันทำให้บางทีเราแทบจะไม่ต้องลงไปดูแลมาก เขาจะดูให้หมด

จัดการเรื่องนั้นเสร็จ ก็มาทำภารกิจ เรื่องไปซื้อน้ำแบบถังมาใช้ในครอบครัว

 

ถือโอการรื้อรถ เอาเครื่องมือลงมา ทำความสะอาดรถ

ปกติ เครื่องมือที่ใช้ในงานสวน เก็บไว้ในรถตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องตัดหญ้า จอบ เสียบ ฯลฯ รวมทั้งน้ำมันเบนซินสำหรับใส่ในเครื่องตัดหญ้า พูดถึงเรื่องตัดหญ้า ตอนซื้อเครื่องใหม่ ตัดหญ้าเสร็จแล้ว ทิ้งไว้หลายวันมักสตาร์ทไม่ติด มีปัญหาทุกที

สุดท้ายมาได้ความรู้ว่า เครื่องตัดหญ้า ถ้าเป็นไปได้ให้ตัดให้น้ำมันหมดถึงเลย อย่าให้มีน้ำมันค้างในถัง เพราะน้ำมันที่ทิ้งไว้นานจะสร้างปัญหาได้ หรือไม่หากตัดหญ้าแล้วน้ำมันคงเหลือ ก็ให้ปิดก็อกน้ำมันอย่าให้มันลงมาที่คาร์บิวเครื่องตัดหญ้าได้ ปรากฏว่าได้ผล ทิ้งไว้นานแค่ไหน เครื่องตัดหญ้าก็ไม่มีปัญหาสตาร์ทไม่กี่ครั้งก็ติดทำงานได้ทันที

 

พอเอ๋ยถึงเครื่องตัดหญ้า แล้วนึกถึงรถไถนาแบบเดิมตาม เครื่องมือทางการเกษตรที่ไม่มีไดว์สตาร์ท ในการหมุนเครื่องยนต์ต้องใช้มือหมุนเอง

ก็นึกถึงอาจารย์ สมัยเรียนช่างยนต์ที่ วิทยาลัยเทคนิคตรัง  ยังจำได้แม่นเลย วันหนึ่งลงเรียนเครื่องยนต์เล็ก (คือเครื่องยนต์ที่ใช้ในงานเกษตร พวกยันม่า คูโบต้า พวกนี้ใช้เครื่องดีเซล คล้ายๆๆ กับเครื่องตัดหญ้านั้นแหละ คือมีแต่เครื่องยนต์ ไม่มีเกียร์ครัช (ยกเว้นเครื่องตัดหญ้ามีครัช)

พวกเราตอนเรียนพอเห็นเครื่อง  ก็รู้ว่าไม่มีอะไรซับซ้อน น่าไม่ยาก แต่อาจารย์พูดแบบยิ้ม ๆๆ  ว่า อย่าประมาท  ซ่อมพวกนี้ ยากกว่าซ่อมรถยนต์ทั่วไปเสียอีก ยิ่งซ่อมยิ่งยาก  และเหนื่อยกว่าด้วย

คิดในใจตอนนั้นว่า เป็นไปได้อย่างไร

สุดท้ายจริงอย่างอาจารย์ว่า มันเหนื่อยแล้วซ่อมยากกว่าซ่อมรถยนต์จริง เพราะในการทดสอบแต่ละครั้ง มันไม่มีไดว์สตาร์ทที่ใช้แบตเตอรี่ ช่วยในการสตาร์ท ทดสอบเครื่องแต่ละครั้งต้องใช้มือหมุนอย่างเดียว ซ่อมแต่ละจุดแล้วมาทุกสอบเพื่อลองเครื่องให้ติด ต้องหมุนทุกครั้งและหลายครั้ง

เชื่อ อาจารย์ เลยว่า เหนื่อยกว่าจริงๆๆ และซ่อมยากจริงๆๆ กว่าจะหาสาเหตุได้ หมุนเครื่องยนต์ทดสอบแทบหมดแรง

ดูเวลาแล้ว 21.15 ของวันที่ 25 June 2022 น่าจะหยุดก่อน อ่านหนังสือก่อนนอนนิด

ค่อยตื่น ให้เร็วขึ้นแล้วมาเขียนต่อให้จบ ทอเช้า แล้วค่อยต่อทำคู่มือ I2 แต่น่าจะได้ไม่มาก เพราะต้องไปส่งลูกฝึกงาน ที่ รพ.กรุงเทพ หาดใหญ่ เพื่อเตรียมตัวจบ วิศวชีวะการแพทย์ มอ.หาดใหญ่  วิศวะที่จบคนสุดท้ายของแพทย์และวิศวะทั้งหมดของลูกหลายในครอบครัว

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment