ฝนตกต่อเนื่องอีกครั้ง

ฝนตกต่อเนื่องอีกครั้ง

หลักจากที่ฝนหายไปประมาณอาทิตย์กว่าๆๆ ตอนนี้ ฝนเริ่มมาอีกแล้ว ตกติดต่อกันแล้วสามวัน คนที่ทำอาชีพเกี่ยวกับสวนยางเริ่มใจไม่ดีอีกแล้ว ตอนนี้ ยางก็เริ่มผลัดใบ ฝนมาตกอีก

นอกจากชาวสวนยางแล้ว ชาวนา ได้ผลกระทบด้วยเพราะว่า ข้าวที่เริ่มออกรวง เมื่อเจอฝน แทนที่มันจะยืนตรงตระหง่าน คอมันจะพับลงมาแทน นั้นคือสิ่งที่ทำให้เวลาเก็บเกี่ยวลำบาก ยิ่งหนักมากมันยิ่งพับลงมาก ไม่นานมันจะกองบนพื้นแทน

ธรรมชาติ เปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนช่วงนี้คือช่วงที่ฝนหยุดตกแล้ว สวนยางมันจะผลัดใบทิ้ง ข้าวเริ่มออกรวง และคนที่ทำอาชีพนี้จะเริ่มเก็บเกี่ยวหลังจากนี้

ผลกระทบที่ได้มา มันเกิดจากอะไร… ไม่ทราบ เพราะไม่ใช่นักวิชาการ  แต่ในความเห็นที่วิเคราะห์ น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากคนเราพยายามบังคับธรรมชาติ มาหาตัวเอง

เช่น อากาศร้อน แทนที่จะปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงา แก่บ้านตัวเอง กลับไปติดแอร์ บางคร้้งไม่น่าจะเปิดแอร์ กับเปิดแอร์ เห็นได้ทันที่สุด บางคนเปิดแบบไม่คำนึง ในความคิดคนเราชอบคิดว่า ไม่เป็นไร เราแค่ทำสิ่งๆๆ น้อยๆๆ แต่ สิ่งเล็กๆๆ น้อยๆๆ นั้นแหละเมื่อทำหลายคนแล้วมันกลายเป็นจำนวนมาก

นั้นคือสิ่งที่เห็นชัดที่สุดเกี่ยวกับการบังคับธรรมชาติ ให้เข้าหาตัวเอง บางคนว่ามันเกี่ยวอะไรกัน ไม่เห็นเกี่ยว

เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวอย่างไร ให้ลองหาสาเหตุและต้นทาง หากเราเปิดแอร์   สิ่งที่แอร์ต้องการพลังงานคือไฟฟ้า  ที่เหลือคงไม่ต้องอธิบายเพิ่ม

บางที เดินเล่นในสวน หรือขับรถผ่านเส้นทางที่เคยเป็นป่า จะเห็นร่องรอยของลำน้ำที่มันไหลเป็นทาง ตอนนี้ ไม่มีแล้ว กลายเป็นสวนยางแทน นั้นเป็นเพราะเราจำเป็นต้องเลี้ยงชีพ เลยต้องหารายได้ เมื่อหารายได้ก็ต้องหาพื้นที่สร้างรายได้ แล้วพื้นที่ที่จะสร้างรายได้ มันเคยเป็นป่า ทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถใช้พื้นที่นั้นได้คือการเอาป่านั้นออกไป แล้วเอาพื้นที่นั้นมาสร้างรายได้แทน

จะว่าไปแล้ว คนที่ทำแบบนั้น เขามีความจำเป็นสำหรับเขา แต่ในบางทีเขาลืมนึกถึงบางส่วนไป นั้นคือการอยู่กับธรรมชาติ  ลดความอยากได้เสียบ้าง เว้นป่าไว้บางส่วน คู่กับพื้นที่ ที่เราต้องการหารายได้ เหตุการณ์แบบนี้ คงจะเกิดหรือเกิดขึ้นน้อย

ถ้าใครเคยอ่านบทความที่เขียนไว้เก่าๆๆ เกี่ยวกับความคิดของคนในพื้นที่ เท่าที่สำผัสมาก ประโยคที่เขาเคยไว้แล้วทำให้สะดุ้งในความคิดของเขา เขาบอกว่า หากในสวนของเขา เจอไม้ป่า หรือไม้ที่น่าจะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ ที่เคยมีสมัยก่อน เขาจะตัดทิ้งทันที ก่อนที่มันจะโตขึ้นมา

ถามเขาว่า ทำไม เขาบอกว่า พอมันโตแล้วตัดไม่ได้ เพราะหากตัดผิดกฏหมาย เลยตัดเสียก่อนยังเล็ก  เลยถามเขาต่อว่า แล้วไม่คิดบ้างหรือว่าไม้พวกน้้นมันมีประโยชน์ เขาตอบว่า ไม่มีประโยชน์หรอก เพราะเปลืองพื้นที่ในการทำสวนทำไร่  อีกอย่างเมื่อมันโต ร่มเงามันมาก ไปบังต้นไม้เล็กๆๆ ทำให้ ไม้ที่เขาคิดว่านั้นคือสิ่งที่สร้างรายได้ให้กับเขาไม่เจริญเติบโต

นั้นคือ แนวคิดของเขา แต่เขาลืมไปว่า ธรรมชาติมันต้องเกื้อหนุนกัน

จริงๆๆ แล้วในความคิดส่วนตัว นั้นคือแนวคิดเล็กๆๆ ในวิถีของคนที่ใช้กำลังกายในการทำงาน แต่ เมื่อมองไปยังสารคดีต่างๆๆ แล้ว มันน่ากลัวมากกว่า มีเครืองมือมากมาย ขนาดใหญ่โต ในการทำลายธรรมชาติ เช่น รถขุดที่ล้อใหญ่กว่าคน  และอื่นๆๆ อีกมากมาย

จากเมื่อก่อนใช้เวลาเป็นปี กว่าจะขุดได้แบบนั้น แต่ตอนนี้ ใช้เวลา แค่วันเดียวสามารถขุดหรือทำลายธรรมชาติได้ทันที หากมองไปแล้วมันเกี่ยวเนื่องกับการที่ต้องการโชว์ศักยภาพในการสร้างเครื่องมือ กับต้องการความเร็วในการทำงาน  แต่เป้าหมายเดียวคือเพื่อทำตามใจที่ต้วเองต้องการ นั้นคือการทำลายธรรมชาติ เพื่อบังคับให้ธรรมชาติ มาทำให้ตัวเราอยู่สบาย แทนที่เราจะปรับตัวเข้าหาธรรมชาติแทน

เคยฟังคำพูดของใครคนหนึ่งจำไม่ได้แล้ว ค่อยพูดว่า คนเราแปลก ชอบทำให้ตัวเองยุ่งยาก อย่างเช่นเวลากิน แค่เราหาอะไรใกล้ตัว หรือทำอะไร หาวัสดุใกล้ตัวเพื่อทำกิน พออิ่มแล้วมันก็แค่นั้น

แต่นี่ บางคนพอหิว เริ่มคิดว่าจะกินที่ไหนดี ให้อร่อย ต้องขับรถไปกิน ต้องรอคิว ต้องรอเขาทำอาหาร  มองในมุมหนึ่งก็เห็นด้วยเขาอย่างมาก ว่าบางทีคนเราเสียเวลาในกับบางเรื่องมากจนเกินไป

ในขณะเดียวกัน การสร้างบ้าน พยายามหาเงินมาเพื่อสร้างบ้านให้ใหญ่โต อลังการ ทั้งที่พื้นที่ใช้งานจริงแค่นิดเดียว และอีกหลายเรื่องที่เขาพูด มันถูกของเขา

บางทีคนเราชอบทำเรื่องเล็กน้อยให้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วผลสุดท้ายผลกระทบที่กลับมามันก็กระทบกับตัวเองเช่นกัน

สรุป อย่าไปโทษธรรมชาติ หรือโทษคนอื่น แต่ให้มองกลับมาที่ตัวเราเองว่า เราให้เกียรติธรรมชาติ

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment