พบหนังสือเก่า

พบหนังสือเก่า

เปลี่ยนวิธีคิด พลิกชีวิตคุณ ของ ไบรอัล เทรซี่ ….นี่คือหนังสือเก่าที่พบในตู้วันนี้ (จริงๆๆ แล้วในชั้นวางหนังสือแต่ ส่วนมากเขาเขียนกันแบบนั้น เลยเขียนตาม)

เป็นหนังสือเก่าเก็บที่ซื้อตั้งไว้นานแล้ว แต่อ่านไม่เคยจบสักที  และที่สำคัญมันหาข้ออ้างได้ตลอดเพื่อจะไม่อ่านมัน แต่วันนี้ เจออีกครั้ง หลังจากที่หาหนังสืออ่านเพิ่มเติมเพื่อสร้างวินัยในการอ่านให้กับตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่ถูกโซเชียลดึงตัวไปนาน

แต่มันเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆๆ เกี่ยวกับ โซเชียล เพราะจับมันเมื่อไหร่ เป็นอันว่ายาวทุกที เวลามันหายไปแล้วมาก แต่สิ่งที่ได้มาคือรู้เรื่องคนอื่นเกือบหมด ร้อยละ 80 เขียนหัวเรื่องเพื่อล่อติดกับให้เข้าไปอ่าน

ไม่ยอมบอกให้หมด เช่น เพราะเหตุนี้ มันเลยเกิดแบบนั้น  คนสงสัยจะเข้าไปเปิดดูบางทีแทบไม่มีอะไรเลย เสียดายเวลาที่กดเข้าไป

ความรู้สึกแรกที่จับหนังสือ กระดาษมันเก่ามันดูมีมนตขลังดี ดูวันที่พิมพ์ออกมา น่าจะย่างเข้า 10 ปีแล้ว ลองเปิดอ่านอีกครั้ง สิ่งแรกที่รู้สึกได้ว่าคนเขียนหนังสือนี่ เก่งมาก ขนาดความหนาประมาณ 500 หน้า น่าจะใช้เวลาเขียนนาน เพราะตัวเองขนาดเขียน Blog กว่าจะเป็นบทความได้บางทีใช้เวลาเป็น ชม.

เอาเป็นว่าอ่านแล้วมาเล่าให้ฟังดีกว่า ว่าเจออะไรดีๆๆ บ้าง กับการอ่านครั้งนี้  เป็นการอ่านแบบละเมียดคืออ่านแล้วคิดตามไปด้วยว่า ที่เขาเขียนเป็นอย่างไร

เมื่อก่อนอ่านแล้วเฉย น่าจะเป็นเพราะความรีบ อ่านแบบอ่านไปที หรืออ่านแบบขอไปที  แต่ครั้งนี้ ตั้งใจไว้ว่า จะอ่านแบบตั้งใจอ่าน พร้อมทั้งหา สมุดเล็กๆๆ มาวางข้างตัวด้วยเพื่อจดส่วนที่น่าสนใจ (เพราะไม่ได้นั่งบนโต็ะอ่านแต่นั่งอ่านบนโซฟา เลยต้องเอาสมุดมาว่างข้างๆๆ ตัว)  จริงๆๆ แล้วอยากจะขีดลงไปในหนังสือเลย เหมือนตอนสมัยเรียนหนังสือ  หรืออ่านหนังสือที่ต้องการจำ เมื่อก่อนจะอ่านหนังสือ สิ่งแรกก่อนอ่านทุกครั้งต้องมีกระดาษกับปากกาไว้ในมือ จดทุกอย่างลงไปในหนังสือที่อ่าน หรือไม่จะขีดวงกลามบ้าง ขีดเส้นใต้บ้างในจุดที่คิดว่าเป็นจุดสำคัญ

แต่… สำหรับหนังสือเล่มนี้ รู้สึกเสียดาย ไม่ยากจดอะไรลงไป รวมถึงการขีดเส้นใต้สัญญาลักษณ์ต่างๆๆ ที่เคยทำ เพราะเราอ่านไม่ได้ต้องการจะจำไปสอบ เลยใช้วิธีการจดลงสมุดภายนอก แล้วมาพิมพ์ในนี้แทน

รู้สึกว่าวันนี้พิมพ์ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ น่าจะเกิดจากเพิ่งกลับมาจากสวน แล้วมาติดพันโซเชียลนิดหน่อย เลยไม่ได้พัก เมื่อไม่ได้พักสมองที่คิดกับมือที่พิมพ์มันไม่ค่อยสำพันธ์กันเท่าไหร่ เหมือนจะไปคนละทิศคนละทาง แต่คำว่าวินัย ที่วางกรอบไว้แล้วว่าเวลานี้คือเวลาสำหรับบริหารมือและบริหารสมอง แม้จะมีข้ออ้างว่าไม่ต้องทำก็ได้ แต่ยกเลิกข้ออ้างนั้นเสียดีกว่า

เอาเป็นว่าพิมพ์ได้เท่าไร เอาเท่านั้น

เริ่มแรก ที่พบน่าสนใจแล้วจดไว้

“การเรียนรู้ทุกสิ่ง ที่จำเป็นเพื่อเป้าที่เราได้ตั้งไว้สำหรับตัวเอง ” อ่านครั้งนี้ พบว่ามันจริงเลย หากเราตั้งเป้าหมายไว้ สิ่งที่เราจะต้องทำคือเรียนรู้ในสิ่งที่เราจะทำ

ต่อมา

“สิ่งใดก็ตามที่คนอื่นทำได้ เราย่อมทำได้เช่นกัน”

“เงือนไข ในสิ่งที่เราต้องรู้คือ การสิ้นหวังจนติดนิสัยกับกับดักแห่งความเคยชิน”

“ต้องกำหนดเป็าหมายที่ชัดเจน” ในการกำหนดเป้าหมายนั้นต้องมาจากทักษะที่เรามีและความสามารถในการใช้เครื่องมือ

“ต้องตั้งใจสร้างความก้าวหน้า ต่อสิ่งที่เป็นอยู่และกำลังจะป็น แทนที่จะหาข้ออ้างหรือข้อแก้ตัว”

นั้นคือสิ่งที่อ่านพบในช่วงเวลาประมาณ ครึ่งชม ประมาณ 10 กว่าหน้า มาลองวิเคราะห์แบบบ้านๆๆ หากมองในมุมความคิดตัวไป ยอมรับว่าจริง

เพราะว่าคนเราหากไม่มีเป้าหมาย มันไม่รู้จะทำอะไรในแต่ละวัน เดี่ยวจะทำอันนั้น เดี่ยวจะทำอันนี้ อยากทำทุกอย่าง ผลปรากฏว่าไม่ได้ดีสักอย่าง เพราะว่าเราไม่มีเป้าหมาย ไม่ได้คิดและสังเคราะห์มันออกมา

แต่หากเรามีเป้าหมาย แค่ตั้งเป้าหมายไว้ แล้วคิดๆๆ คิดๆๆ เพื่อวางกรอบการเดินไปยังเป้าหมายที่เราต้องการ ในการจะเดินไปยังเป้าหมายที่เราต้องการ มันจะต้องวางแนวคิดบวกให้กับตัวเองก่อน น้้นคือ สิงใดก็ตามที่คนอื่นทำได้ เราย่อมทำได้เช่นกัน ในขณะเดียวกันมีหนังสือเล่มหนึ่งเขียนไว้ในทำนองเดียวกัน

แต่จำชื่อหนังสือไม่ได้แล้วเขียนไว้แบบนั้นเช่นกัน แต่ได้ขยายความไปว่า สิ่งที่คนอื่นทำได้ นั้นคือการพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า หากเราทำด้วยแล้ว เราสามารถทำได้อย่างราบรื่น เพราะมีคนทำมาก่อนเราแล้วและทำได้ผลเสียด้วย หากเราทำด้วย สิ่งนั้นมันย่อมจะเกิดผลได้เช่นกัน

ในขณะเดียวกันเมื่อเราวางเป้าหมายไว้แล้ว สิ่งที่จะพาเราไปยังเป้าหมายคือการสร้างทักษะ การสร้างทักษะมันจะเกิดขึนได้นั้นต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญคือเราต้องเรียนรู้ ในสิ่งที่เราวางเป้าหมายไว้ รวมถึงการใช้ความสามารถในการใช้เครืองมือต่างๆ เพื่อเดินไปยังเป้าหมาย สุดท้ายหากจะให้เกิดผลได้คือลงมือเท่า

เดี่ยวค่อยมาขยายต่อ รู้สึกว่ามือที่พิมพ์มันพลาดตลอดเวลา น่าต้องพักก่อน แต่สิ่งที่น่าจะได้วันนี้ คือวางแนวไว้ว่าอ่านหนังสือเล่มใดแล้วจะจดไว้

เมื่อจดเสร็จว่างช่วงไหนจะนำมาเขียนเป็น Blog เพื่อวางกรอบความคิดแล้วเขียนเป็นบทความสรุปให้

แต่วันนี้ไม่ไหว ขอพอก่อน แล้วค่อยพบกันใหม่ ทอเช้า

 

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment