เขียนเรื่องอะไร

Last Updated: 02/12/2023By

จะเขียนเรื่องอะไรดี

นั้นคือคำถาม ถามตัวเองหลังจากเสร็จภารกิจทั่วไป และเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ และเข้ามาหลังบ้านของเว็บไซต์เพื่อสร้างบทความ ตอนนี้ปัญหาใหญ่คือ ยังแยกไม่ออกว่างานอะไรที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำก่อน หรือทำหลัง เพราะในส่วนตัวคิดว่าสำคัญหมดทุกงาน

แต่ในหนังสือหลายเล่มแนะนำว่า ให้ทำตามกฎ 20/80  นั้นคือให้ทำเรื่องยากก่อน และงานที่ยากคืองานแค่ 20 เปอร์เซ็นของงานทั้งหมด ใน 100 เปอร์เซ็น  และเขายังบอกต่อไว่าหากทำงาน 20 เปอร์เซ็น นั้นให้ผ่านเท่ากับว่า เรามีผลงานเกือบ 80 เปอร์เซ็นของงานที่เราทำ

ปัญหาคือ อะไรมันเป็นงานที่ยากและต้องทำก่อน เพราะมันเป็นงานง่ายๆๆ ทั่วไปเกือบทุกงาน

ส่วนมากที่เจอคือรักพี่เสียดายน้อง เพราะมีเป้าหมายไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไร บางที บางทีคนบอกว่าเป้าหมายมันต้องมี แต่บางทีมันมีก็จริง แต่อยากทำหลายอย่างหลายเป้าหมาย

เอาเป็นว่า ต้องหาจุดที่เหมาะสมให้กับชีวิตก่อนว่า เป้าหมายที่เราต้องการคืออะไร แต่ตอนนี้ทำไปเรื่อยๆๆ เพื่อให้สมองมันได้รับรู้ว่า วินัยเรามี แม้ว่าในสมองกำลังสับสนว่าจะเอาเรื่องไหนก่อนหลังดี

น่าจะต้องเขียนต่ออีกรอบ เพราะใจยังกังวลเรื่องงานอื่นที่ค้างอยู่ เดี่ยวกลับไปเคลียร์งานอื่นให้เสร็จ หรือไป กลับไปคิดว่า งานไหนคืองานสำคัญที่สุดและยากที่สุดของของแต่ละวัน  แล้วเมื่องานชิ้นนั้นเสร็จ ค่อยมาทำงานชิ้นง่ายๆ ที่ไม่ยากต่อ อย่างเขียน Blog นี้ ถือว่าเป็นงานที่ไม่ยาก เพราะเขียนทั่วไปไร้จุดหมาย สำหรับอ่านเอง

แต่บทความอื่นบางบทความเขียนให้คนอื่นอ่าน บางทีน่าจะยากตรงนั้น แต่มันไม่ซีเรียลหรอก เพราะเราตั้งใจเขียนแล้ว หากมันผิดพลาดบ้าง มันเป็นเรื่องปกติ แต่เราได้ในสิ่งต่างๆๆ มากมายในระหว่างเขียนบทความ แต่หากเราไม่่เขียนเลย ความผิดพลาดมันไม่มีแน่นอน แต่ เราไม่ได้อะไรเพิ่มเติมมาเลยของช่วงชีวิตแต่ละวัน

บางคนกลัวผิดพลาดกลัวเพื่อนว่า อย่างโน้นอย่างนี้  เลยไม่กล้าลงมือทำเพื่อพัฒนาตัวเอง สุดท้าย ก็ไม่ได้พัฒนาตัวเอง หรือไม่บางคนพยายามทำตามคนอื่น เหมือนไฟลามทุ่ง คือเห็นคนอื่นทำ อยากจะทำบ้าง สุดท้าย ไปไม่รอด เพราะมันทำไปจากความที่ไม่ใช่ความชอบของตัวเอง

เพราะฉะนั้น อย่าเอาคนอื่นเป็นที่ตั้งในการทำงาน ให้เรายึดตัวเราเองว่าชอบอะไรเป็นที่ตั้งแล้วลงมือทำ ส่วนคนนอกนั้นให้เราคิดว่าคนนอก นั้นคือแรงจูงใจที่เราจะทำเพื่อต้องการให้ความรู้แก่คนอื่น นั้นคือคนนอกนั้นแหละ โดยความรู้นั้นมันเกิดจากตัวตัวของเรา  มันจะทำให้เรามีพลังในการทำงาน แต่หากเรายึดคนนอกเป็นที่ตั้งกลัวเขาจะว่าอย่างโน้น อย่างนี้ มันจะเกิดผลเสียกับตัวเองมากกว่า

วันนี้อาจจะสั้นนิด แต่ เดี่ยวหากงานอื่นเสร็จ และเป็นงานสำคัญกว่า หากสมองยังเราไหว มาเขียนต่อ และพบกันใหม่

มาต่อตอนเย็นอีกนิด หลังจากย้ายมาทำบ้านหลังข้างหน้า สิ่งที่หนึ่งพบความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน คือการทำงาน หากโต๊ะพอดี เก้าอี้พอดี การวางมือการพิมพ์มันจะเร็วขึ้น นี่แหละผลของสถานที่ทำงาน

วันนี้มาแปลกตอนเช้า หลังจากเขียน Blog เสร็จ เดินทางไปสวนใหญ่ ปรากฏว่า รกอย่างมาก ลูกน้องไม่รู้มันตัดยางกันอย่างไร  น่าจะต้องเรียกมาคุยอีกครั้งแล้ว ไปถึงเจองานมากเกินไป จนไม่รู้จะทำอะไร ได้แต่ขับรถเวียนรอบสวนอย่างเดียว ดูเวลาใกล้เที่ยงอีกแล้ว  มีปัญหากับเรื่องการกิน เพราะต้องหาอะไรกิน

ตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า แต่ระหว่างทาง แวะร้านก๋วยเตี้ยว กินเรียบร้อยก่อนเข้าบ้าน

วันนี้อากาศไม่ร้อนแต่ มันมีบ้างที่วิ่งมาเป็นจังหวะของไอร้อน เลยนั่งพักอ่านหนังสือ จอดรถใต้ต้นไผ่ หน้าบ้านคิดว่า ตอนเย็นน่าจะเข้าสวนเล็กอีกรอบ เอามะพร้าวที่หล่นแล้วมันงอกขึ้นมาไปปลูกหน่อย เสียดาย หากปล่อยให้มันตาย แต่ถ้าปล่อยให้มันขึ้น น่าไม่ใหว เต็มหมดแล้ว เลยนอนพักผ่อนนิดหนึ่ง แต่มันนอนไม่หลับ ไม่รู้เป็นไง ว่าแล้วเปลี่ยนผ้า เพื่อทำความสะอาดรอบๆๆ บ้าน

อากาศไม่ร้อนก็จริง แต่พอลงมือถือออกแรง อากาศร้อนมาทันที จนสู้ไม่ไหว

ดูเวลาแล้ว น่าเข้าสวนเล็กดีกว่า  แต่ในช่วงนี้ของทุกเดือน ไม่ค่อยอยากเข้าสวนเท่าไหร่ เพราะมันร้อน เนื่องจากยางผลัดใบ  ใบหล่นหมด ไม่มีร่มเงา มันเลยร้อน เลยต้องหาจังหวะไปให้ดี

เข้าสวนเล็ก บรรยาศดีมาก ๆๆ ลมพัดเย็นสบาย เดี่ยวว่างจะเอารูปลงให้ดู วันนี้แปลก รู้สึกไม่ค่อยอยากทำงานเท่าไหร น่าจะเหนื่อยจากสวนใหญ่ในตอนเช้า กับทำควมสะอาดบริเวณรอบบ้าน เลยเหนื่อยเร็ว

เป็นอันว่า การเขียนวันนี้ น่าจะพอแค่นี้ก่อน

news via inbox

ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร

Leave A Comment